
ธนาคารซิตี้แบงก์ (Citibank) เตรียมปิดสาขาและศูนย์การเงินส่วนใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จนถึงวันที่ 14 มี.ค. เพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า ตามข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของธนาคารเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและทำให้ธนาคารหลายแห่งเริ่มส่งพนักงานกลับบ้าน
ธนาคารซิตี้แบงก์ระบุว่า สาขาที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า Mall of the Emirates ใจกลางนครดูไบจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และไม่รวมอยู่ในมาตรการปิดสาขาครั้งนี้ พร้อมทั้งมีแผนเปิดสาขาที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 16 มี.ค.
นอกจากนี้ ซิตี้แบงก์ยังระบุว่า บริการธนาคารทางโทรศัพท์ Citiphone ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขณะนี้ให้บริการได้อย่างจำกัด และการดำเนินการเกี่ยวกับเช็คอาจเกิดความล่าช้า
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซิตี้แบงก์ได้แจ้งให้พนักงานอพยพออกจากสำนักงานในศูนย์การเงินนานาชาติดูไบ (Dubai International Financial Centre – DIFC) และย่าน Oud Metha ในดูไบ พร้อมให้พนักงานทำงานจากที่บ้านจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในภาคธนาคาร หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีผลประโยชน์ด้านการธนาคารของประเทศในอ่าวอาหรับที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
ขณะเดียวกัน ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลกอีกแห่ง ได้ปิดสาขาทั้งหมดในกาตาร์เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีประกาศใหม่ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นเกือบสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,000 คน และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลก
ความขัดแย้งดังกล่าวได้ขยายวงไปทั่วตะวันออกกลาง โดยมีการโจมตีจากอิหร่านต่ออิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และประเทศในอ่าวอาหรับ
สื่อรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สงครามในภูมิภาคได้กระทบต่อภาพลักษณ์ของดูไบในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงแห่งหนึ่งของภูมิภาคสำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการไหลออกของเงินทุน การปลดพนักงาน และการที่บริษัทต่าง ๆ อาจย้ายฐานไปยังพื้นที่อื่น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)





