“ทรัมป์” เปรยอาจเลื่อนพบ “สี จิ้นผิง” หากจีนเมินร่วมภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าจีนพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้อย่างมาก

ถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ซึ่งมีขึ้นระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจากรัฐฟลอริดาเพื่อกลับสู่วอชิงตันนั้น เกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนกำลังเร่งเตรียมการสำหรับการเดินทางเยือนปักกิ่งของปธน.ในช่วงปลายเดือนนี้

ในการให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทมส์ (Financial Times) เมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาอาจจะเลื่อนการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนออกไป หากจีนไม่ตอบรับข้อเรียกร้องของเขาก่อนการเดินทางเยือน ซึ่งจะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของปธน.ทรัมป์

ทั้งนี้ การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า เขาได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ประมาณ 7 ประเทศเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน

เพื่อเป็นการปูทางสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และจีน นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ และรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง ได้เริ่มการเจรจาเป็นเวลาสองวันในกรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่น ๆ เร่งส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือทุกลำที่แล่นผ่าน หลังจากอิหร่านยังคงปิดเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญแห่งนี้

การเรียกร้องของปธน.ทรัมป์มีขึ้นก่อนที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.นี้ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยคาดว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-และอิสราเอลจะกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างผู้นำทั้งสอง

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากสำหรับญี่ปุ่นที่จะส่งกองกำลังติดอาวุธไปยังภูมิภาคตะวันออกกกลางภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยเหตุผลด้านรัฐธรรมนูญ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มี.ค. 69)