
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% ในวันจันทร์ (16 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าอาจมีการระบายน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นอีก เพื่อสกัดราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 5.21 ดอลลาร์ หรือ 5.28% ปิดที่ 93.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 2.93 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 100.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่น ๆ เร่งส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือทุกลำที่แล่นผ่าน ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ปธน.ทรัมป์เตรียมประกาศแผนการจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติเพื่อคุ้มกันเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจมีการประกาศอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ แต่จนถึงขณะนี้ พันธมิตรของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้คำมั่นที่ชัดเจน และบางส่วนได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ทางการสหรัฐฯ อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน อินเดีย และจีนบางลำ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพื่อให้มีการจัดส่งน้ำมันแก่ส่วนที่เหลือของโลก
นักวิเคราะห์จาก Ritterbusch and Associates ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานกล่าวว่า นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันหลังจากมีรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และจากรายงานที่ว่าปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้บรรดาชาติพันธมิตรช่วยคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า อิหร่านซึ่งอนุญาตให้เรือของอินเดียบ้างลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้นั้น ได้ร้องขอให้อินเดียปล่อยเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่ถูกยึดไว้ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อขอเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับเรือที่ติดธงอินเดียหรือเรือที่มีจุดหมายปลายทางไปยังอินเดียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันยังปรับตัวลง หลังจากฟาตีห์ ไบรอล ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า ประเทศสมาชิกของ IEA อาจระบายน้ำมันจากคลังสำรองเพิ่มเติมได้ “ตามความจำเป็นและเมื่อมีความจำเป็น” แม้ว่าขณะนี้ IEA มีการตกลงร่วมกันให้ระบายน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองก็ตาม
ไบรอลกล่าวว่า คลังน้ำมันของรัฐบาลและของภาคอุตสาหกรรมที่ถูกกำหนดให้สำรองน้ำมันตามข้อผูกพันของรัฐบาล จะยังคงมีน้ำมัน มากกว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล หลังการระบายน้ำมันเสร็จสิ้น โดยการระบายน้ำมันครั้งนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะทำให้ปริมาณสำรองของประเทศสมาชิก ลดลงเพียง 20% เท่านั้น
นักวิเคราะห์หลายรายให้ความเห็นว่า การที่ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาเบรนท์มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยได้แรงหนุนจากการนำเข้าจากเวเนซุเอลา และการที่สหรัฐฯ เตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนยังได้ขายสัญญาน้ำมัน WTI งวดส่งมอบเดือนเม.ย. ก่อนที่สัญญาจะหมดอายุในวันที่ 20 มี.ค.นี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 69)





