MALEE ปักธงยอดขาย 3 ปีโตเฉลี่ย 10-15% ผลักดันสินค้าใหม่ ปูพรมตลาดตปท.เจาะยุโรปลดเสี่ยงสหรัฐ

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาลี กรุ๊ป [MALEE] เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าหมายในปี 69 ยอดขายจะเติบโตขึ้น 9-12% และตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ 10-15% ต่อปี โดยการเติบโตมาจากการออกสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อผลักดันยอดขาย รวมทั้งขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ที่ 18-20% โดยรักษายอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน โดยปีนี้ตั้งงบลงทุน 100-200 ล้านบาท ลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรเป็นระบบ Automation และลงทุนระบบ ERP ใหม่

โดยฐานการผลิตที่ปัจจุบันมีการใช้งาน (Utilization) 52% ซึ่งยังเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตทั้งการขายแบรนด์ตัวเอง (Own Brand) และส่วนรับจ้างผลิต (OEM) โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากการขายแบรนด์ตัวเอง เพิ่มขึ้นจาก 33% เป็น 55% ภายในปี 69 เพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ที่สูงขึ้นและยั่งยืนกว่ารายได้จากส่วนรับจ้างผลิต ขณะเดียวกันธุรกิจรับจ้างผลิตยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบัน รวมทั้งเจรจาลูกค้าใหม่ผ่านการออกงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ

สำหรับธุรกิจในเวียดนามแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ สินค้าที่มีการส่งออกจากไทยไปเวียดนาม ปีนี้จะมีการกระจายสินค้าและทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น รวมทั้งมองหาโอกาสในการกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือของเวียดนาม จากปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ และส่วนที่ 2 คือการสร้างโรงงาน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่ แต่ในปี 68 เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ กระทบสต็อกร้านค้า ปีนี้คาดยอดขายจะกลับมาฟื้นตัวผ่านการทำกิจกรรมการตลาด และการหาโมเดลขายที่เหมาะสม

ขณะที่ประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง กระทบด้านต้นทุนราคาน้ำมันและพลาสติก ซึ่งบริษัททำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อไม่ให้วัตถุดิบขาดแคลน ขณะเดียวกันบริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมประเมินแต่ละโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจะได้รับผลกระทบอย่างไร อย่างไรก็ตามบริษัทมีทางเลือกในการใช้พลังงานทั้งเชื้อเพลิงน้ำมันเตา และ LPG ทำให้มีความยืดหยุ่นด้านต้นทุนพลังาน

ขณะที่ประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบในการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐฯ แต่บริษัทยังหาโอกาสในการขยายไปยังยุโรป เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดในสหรัฐฯ ด้านตลาดในกัมพูชา จากสถานการณ์ปัจุบันที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ บริษัทจึงมุ่งเน้นการหาตลาดอื่นเพื่อรองรับยอดขายที่หายไปในกัมพูชา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)