
ราคาวัตถุดิบพลาสติกที่พุ่งสูงและปัญหาขาดแคลนพลังงาน กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตโพลิเมอร์เกรดการแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์มากกว่า 86% รวมถึงการผลิตอุปกรณ์สำคัญ เช่น ถุงมือ เข็มฉีดยา และสายสวน
โรงงานวาดี เซอร์จิคอลส์ จำกัด (Wadi Surgicals Pvt) ผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ในเมืองวิศาขาปัฏฏนัม รัฐอานธรประเทศ ต้องหยุดการผลิตหลังบริษัทฮินดูสถาน ปิโตรเลียม คอร์ป (HPCL) ระงับการส่งก๊าซ LPG เมื่อ 5 วันก่อน โดยโรงงานแห่งนี้ต้องใช้ LPG ประมาณ 4,500 กิโลกรัมต่อวัน ถือเป็นผลกระทบล่าสุดจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ที่ฉุดรั้งอุปทานน้ำมันและก๊าซ
ความปั่นป่วนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการโจมตีโรงกลั่นรูเวิส (Ruwais Refinery) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำคัญของ HPCL ส่งผลให้เกิดความผันผวนในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ผนวกกับภาวะที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นยิ่งบีบรัดอุปทานน้ำมันดิบและก๊าซที่สำคัญ
ราจีฟ นาธ ผู้ประสานงานสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์อินเดีย (AiMeD) ระบุว่า ราคาพลาสติกเกรดการแพทย์พุ่งเกือบ 50% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ ขณะที่อดานี โททัล ก๊าซ จำกัด (Adani Total Gas) แจ้งลูกค้าอุตสาหกรรมว่า หากใช้ก๊าซเกิน 40% ของปริมาณตามสัญญารายวัน จะถูกคิดเป็น “ก๊าซส่วนเกิน” (excess gas) ที่ 119.90 รูปีต่อ SCM ทำให้ต้นทุนไฟฟ้าและความร้อนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
นอกจากนี้ แรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวยังบีบอัตรากำไรของผู้ผลิต โดยเฉพาะสินค้ากำไรต่ำอย่างเข็มฉีดยาและสายสวน โดยบริษัทฮินดูสถาน ซีริงเจส แอนด์ เมดิคอล ดีไวเซส (Hindustan Syringes & Medical Devices) ผู้ผลิตเข็มฉีดยาและอุปกรณ์การแพทย์ ระบุว่า ยังคงไม่ปรับราคาสินค้าขึ้นในทันที และจะรอปรับราคาก็ต่อเมื่อสต๊อกที่ซื้อมาในราคาเก่าหมดลงแล้วเท่านั้น พร้อมเตือนว่า การแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว
ปัญหาทางการเงินยังถูกซ้ำเติมด้วยโครงสร้างภาษีที่เหลื่อมล้ำ (inverted duty structure) เนื่องจากผู้ผลิตต้องเสียภาษี GST สำหรับวัตถุดิบสูงถึง 18% แต่เมื่อขายอุปกรณ์การแพทย์สำเร็จรูป จะบวกค่าภาษี GST ได้เพียง 5% สมาคม AiMeD จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายคืนภาษี GST ส่วนต่างดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการผลิตและการขาดแคลนอุปกรณ์ในโรงพยาบาล พร้อมเตือนว่าความล่าช้าในการคืนภาษีอาจกระทบการจ้างงานกว่า 5 แสนตำแหน่ง และบั่นทอนโอกาสส่งออกไปยังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





