
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท ไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กฎหมายกำหนด โดยกระทรวงคมนาคม ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทุกภาคส่วนตรึงอัตราค่าโดยสาร ในช่วงที่รัฐบาลยังคงมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ในส่วนของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้มีการสั่งการให้เร่งดำเนินมาตรการดูแลในแต่ละระบบการขนส่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ กรมเจ้าท่า ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการขนส่งทางน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสาร และเรือขนส่งสินค้า ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการเกินอัตราที่กำหนด รวมถึงติดตามสถานการณ์ค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากกรณีที่มีข่าวว่าเรือคลองแสนแสบประกาศขึ้นราคา ระยะละ 1 บาทในสัปดาห์นี้ จากเดิม ราคา 11 – 21 บาท เป็น 12 – 22 บาท ตามระยะทาง
ด้านนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้มีการประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารจะต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง เรื่อง การกำหนดอัตราค่าโดยสารเรือเดินประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ
กระทรวงคมนาคมยืนยันเดินหน้าดูแลระบบขนส่งทุกมิติอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนในระดับโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 69)





