
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ (19 มี.ค.) ว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง
อุเอดะกล่าวว่า ราคาน้ำมันยังอาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ด้วยการผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้น พร้อมกับย้ำว่า พัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็น “ประเด็นสำคัญ” ในการตัดสินใจเกี่ยวกับจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ผู้ว่าการ BOJ ยังกล่าวด้วยว่า เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ทาง BOJ จึงจะติดตามผลกระทบที่มีต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
“เราจำเป็นต้องตระหนักว่าความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อพื้นฐานรุนแรงกว่าในอดีต” อุเอดะกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับประมาณ 0.75% ในการประชุมวันนี้ พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบได้กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและราคา
ทั้งนี้ คณะกรรมการ BOJ ได้คงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีในการประชุมเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง BOJ กำลังอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องพยายามเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน
สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องแล่นผ่าน รวมถึงเรือที่มุ่งหน้าไปยังประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีกด้วย
ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะผลักดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง ตั้งแต่น้ำมันเบนซินไปจนถึงพลาสติก ขณะที่ค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซอาจปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันหากราคาก๊าซ LNG ขยับขึ้นตามราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถูกมองว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก็ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มี.ค. 69)





