
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถ “นำพาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทั่วทั้งโลก” และแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามดังกล่าวด้วยการประสานงานกับประเทศต่าง ๆ ในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังทวีความรุนแรงขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ระหว่างการหารือ ณ กรุงวอชิงตันที่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าฟัง ทาคาอิจิระบุว่า ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเธอจะเสนอแนวทางเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลกในที่ประชุมทำเนียบขาว ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
เพื่อรับมือกับการขยายอิทธิพลที่แข็งกร้าวมากขึ้นของจีน ทาคาอิจิยังได้ย้ำกับทรัมป์ว่า สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิกยังคงตึงเครียด ในช่วงเวลาที่มีรายงานว่า ยุทโธปกรณ์บางส่วนของกองทัพสหรัฐฯ กำลังถูกย้ายจากภูมิภาคดังกล่าวไปยังตะวันออกกลาง
ทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าญี่ปุ่นกำลังแสดงความรับผิดชอบและลงมือปฏิบัติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน ซึ่งแตกต่างจากองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อบรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงญี่ปุ่นและสมาชิกนาโต ต่อความลังเลที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลกที่ขณะนี้ถูกอิหร่านปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่
ทรัมป์ชี้ว่า เนื่องด้วยน้ำมันดิบนำเข้าของญี่ปุ่นกว่า 90% ปกติต้องผ่านช่องแคบดังกล่าว นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ญี่ปุ่นต้องออกมาเคลื่อนไหว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความยินดีที่ญี่ปุ่นจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารจากสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก พร้อมย้ำว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับทาคาอิจิ โดยยกย่องเธอว่าเป็นบุคคลที่พิเศษอย่างยิ่ง และกำลังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
ในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. ทาคาอิจิมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจส่วนตัวกับทรัมป์ และยืนยันความมุ่งมั่นด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีน
อนึ่ง ทาคาอิจิจะเดินทางไปเยือนสุสานแห่งชาติอาร์ลิงตันในรัฐเวอร์จิเนียในวันศุกร์ (20 มี.ค.) เพื่อรำลึกถึงทหารนิรนามที่เสียชีวิตในสงคราม ก่อนจะเดินทางกลับญี่ปุ่นในวันเสาร์ (21 มี.ค.) หลังเสร็จสิ้นการเยือนกรุงวอชิงตันเป็นเวลา 3 วัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 69)





