SELIC กางแผนปี 69 รุกหนักกลุ่ม Healthcare-ฉลากกาว High Margin รักษายอดขายใกล้เคียงปีก่อน

นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีลิค คอร์พ [SELIC] เปิดเผยว่า ทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นการยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนผ่านกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) และการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนประสิทธิภาพการผลิต เตรียมพร้อมรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารักษาฐานยอดขายอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ราว 2,000 ล้านบาท และปรับฐานเพิ่มขึ้นในบางเซกเมนต์ โดยที่ยังคงรักษาระดับการทำกำไรอยู่เช่นเดิม

โดยธุรกิจที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนในปี 2569 นี้ เป็นกลุ่ม “ธุรกิจ Healthcare” ซึ่งบริษัทมีสินค้าใหม่ที่เข้าจัดจำหน่ายในกลุ่ม Modern Trade, Chain Store ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา และกลุ่มธุรกิจฉลากกาวในตัวที่มีความต้องการของตลาดสูงขึ้นในกลุ่มงานกราฟฟิกอาร์ต (Graphic Art) ซึ่งมีการเติบโตสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มงาน Specialty ที่เป็นเป้าหมายหลักของการเติบโตของบริษัทฯในกลุ่มธุรกิจกาวอุตสาหกรรม มีการพัฒนาและขยายการขายสินค้ากลุ่มรักษ์โลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐและเทรนด์โลกในปัจจุบัน

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทฯให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมุ่งเน้น 2 แกนหลัก คือ Digital Transformation & Automation ลงทุนในระบบการผลิตอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพให้แม่นยำ และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และ Research & Development (R) โดยขยายการลงทุนในห้องปฏิบัติการวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว

ด้านการบริหารจัดการตลาด SELIC ใช้กลยุทธ์การรักษาความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าเดิมอย่างเหนียวแน่น พร้อมขยายส่วนแบ่งการตลาดในพื้นที่ยุทธศาสตร์เดิม และการเจาะตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทยังคงเปิดรับโอกาสในการร่วมทุน (Joint Venture – JV) กับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างทางลัดในการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน SELIC ได้นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อลดระยะเวลาการทำงานและเพิ่มความยืดหยุ่น โดยชูจุดแข็งของการเป็นองค์กรที่มี Resilience สูงจากการกระจายตัวของธุรกิจทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C

“ความแข็งแกร่งของ SELIC เกิดจากเครือข่ายระดับโลก (Global Network) และการสร้าง Synergy ร่วมกันระหว่าง 3 ธุรกิจหลัก ซึ่งช่วยให้เกิดการส่งต่อองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ มั่นใจว่ายุทธศาสตร์ปี 2569 จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นและสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าในระยะยาว” นายณรงค์ กล่าว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 69)