
ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. นั้น กำลังทำให้ระบบประปาที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ตกอยู่ในความเสี่ยง แม้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียจะขับเคลื่อนด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ประชากรต้องพึ่งพาน้ำจืดจากกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล (Desalination) ในการดำรงชีวิต
เดวิด มิเชล นักวิชาการสมทบจากโครงการความมั่นคงทางอาหารและน้ำโลก แห่งศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก โดยตลอดแนวคาบสมุทรอาหรับไม่มีแม่น้ำสายหลักที่ไหลถาวรแม้แต่สายเดียว มีเพียงโอมานและเยเมนที่พอจะมีทะเลสาบเล็ก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำกร่อย ซึ่งสำหรับกลุ่มประเทศ GCC อย่างบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบียแล้ว แหล่งน้ำหลักมาจากชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดิน แต่ปัจจุบันกลับถูกขุดขึ้นมาใช้เกินขีดจำกัดจนธรรมชาติไม่สามารถฟื้นฟูได้ทัน
ในช่วงต้น ๆ ของความขัดแย้งนั้น โรงงานผลิตน้ำจืดในคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้รับความเสียหายทางอ้อมจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่าโรงงานในบาห์เรนและอิหร่านถูกโจมตีโดยเจตนา ซึ่งการมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญที่อาจกระทบต่อการใช้น้ำของประชากรหลายล้านคนทั่วภูมิภาค
ระบบผลิตน้ำจืดจึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในกาตาร์และบาห์เรน ที่จัดสรรน้ำจืดกว่า 50% ให้กับภาคอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมีและศูนย์ข้อมูล ดังนั้น หากระบบเหล่านี้หยุดชะงัก ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อทั้งภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนในวงกว้าง
ความกังวลด้านความมั่นคงได้พุ่งสูงขึ้นนับแต่เริ่มสงคราม แม้ปัจจุบันการจ่ายน้ำจะยังไม่ได้รับผลกระทบจนถึงขั้นวิกฤต แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความเสี่ยงนั้นมีอยู่จริง เนื่องจากโรงงานผลิตน้ำจืดของกลุ่ม GCC เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ยากต่อการป้องกันการโจมตีทางอากาศ
นอกจากนี้ อิหร่านยังอาจใช้วิธีปิดกั้นหรือจงใจทำให้จุดรับน้ำทะเลในอ่าวเปอร์เซียเกิดการปนเปื้อน เพื่อตัดวงจรการผลิตน้ำจืด ทั้งยังอาจมีการคุกคามทางไซเบอร์ด้วยการเจาะระบบไอทีหรือระบบควบคุมการผลิตของผู้ให้บริการน้ำด้วย ซึ่งที่ผ่านมาอิหร่านเคยพุ่งเป้าโจมตีระบบสาธารณูปโภคและพลังงานทั้งในกลุ่ม GCC, สหรัฐฯ และอิสราเอลมาแล้วหลายครั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 69)





