
นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P500 ลงจาก 7,500 จุด เหลือ 7,200 จุด เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้โอกาสการปรับตัวขึ้นของดัชนีมีจำกัด และอาจกระทบกำไรบริษัทและเศรษฐกิจโลก
ดัชนี S&P500 ปิดวันศุกร์ (20 มี.ค.) ที่ 6,506.48 จุด ลดลง 1.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน เป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบกว่า 1 ปี
นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกนระบุว่า สงครามและราคาพลังงานสูงจะชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและเร่งเงินเฟ้อ จึงแนะนำให้นักลงทุนถือหุ้นต่อแต่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเผื่อตลาดร่วงแรง
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกดดันกำไรของบริษัท โดยหากราคาน้ำมันอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจนถึงสิ้นปี จะทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ S&P500 ลดลงประมาณ 2–5% และแรงกดดันจะสูงขึ้นหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงต่อเนื่อง
เจพีมอร์แกนยังเตือนว่า ตลาดยังไม่สะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ และย้ำว่า ในอดีต 4 ใน 5 ครั้งของวิกฤตน้ำมันตั้งแต่ทศวรรษ 1970 นั้น ราคาน้ำมันที่สูงเกินไปมักนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 มี.ค. 69)





