
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้เสนอให้มีการจัดตั้งโครงสร้างความมั่นคงที่ประกอบด้วยกลุ่มประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างหลักประกันด้านสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันตกโดยไม่มีการแทรกแซงจากต่างชาติ พร้อมย้ำเงื่อนไขในการยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่
สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของอิหร่าน รายงานว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ภายหลังเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ปธน.อิหร่านระบุว่า เงื่อนไขสำคัญของอิหร่านในการยุติสงครามคือ สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยุติการรุกรานโดยทันที และต้องมีการรับประกันว่าเหตุโจมตีในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
นอกจากนี้ เขายังได้ประณามสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรง กรณีสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน ตลอดจนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะของประเทศ
ปธน.อิหร่านยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสงครามครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยย้ำว่าอดีตผู้นำอิหร่านคัดค้านการสร้างอาวุธปรมาณู ทั้งยังได้ออกกฤษฎีกาที่จำเป็นเพื่อสั่งห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวไว้แล้ว
ด้านนายกรัฐมนตรีโมดีของอินเดีย ได้แสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค และเรียกร้องให้รักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือในบริเวณอ่าว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญหลายแห่งในอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต เช่นเดียวกับผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน ซึ่งทางอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนและยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มี.ค. 69)





