เงินบาทเปิด 32.47 แนวโน้ม Sideway ในกรอบ 32.30-32.70 เกาะติดพัฒนาการ ตอ.กลาง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.47 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดวันก่อนที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางในกรอบ Sideways แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างใน ช่วงแรก ตามการรีบาวด์แข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังตลาดยังไม่แน่ใจต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ช่วงนี้ตลาดรอดูรายงานสต็อกน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ รวมทั้งรอติดตาม พัฒนาการของการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้น สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีกระแสข่าวความพยายามในการเจรจาหยุดยิงของสหรัฐฯ ได้ทำให้ โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท อ่อนกำลังลงเพิ่มเติม จนอาจทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เป็นอย่างน้อย หรือมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down โดยส่วนหนึ่งอาจมาจากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด และหาก ตลาดการเงินเอเชียทยอยกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง อาจช่วยลดทอนแรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่า ตามแรงขายสินทรัพย์ไทยที่ควร จะชะลอตัวลงเพิ่มเติม

“การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด จนตลาดจะมั่นใจต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ใน ตะวันออกกลาง”

นายพูน ระบุ นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.70 บาท/ดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.67 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.69/70 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1620 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1590/1592 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.624 บาท/ดอลลาร์
  • รัฐบาลส่งสัญญาณขยับเพดานดีเซลจาก 33 บาทต่อลิตร รอประเมินราคาน้ำมันโลกก่อนกำหนดเพดานใหม่ รับสถานการณ์ ยากกว่า วิกฤติรัสเซีย-ยูเครน หลังน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ทะยานเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากต้นทุนรับน้ำมันจากตะวันออกกลางพุ่ง ในภาวะสงคราม สศช.ชงรัฐบาลใหม่คลอดมาตรการช่วยเฉพาะกลุ่ม คลังรับไปดูแนวทางเก็บภาษีลาภลอย ชี้อาจต้องช่วยอุดหนุนตอนขาดทุน
  • ส.อ.ท.เผยยอดขาย-ส่งออกรถยนต์ส่งสัญญาณลดลง กัดฟันคงเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน จับตาสงครามยืด เยื้อ/พาณิชย์เผยส่งออก ก.พ.69 มูลค่า 29,439.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 9.9% โตติดกัน 20 เดือน
  • สมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า บรรยากาศราคาทองคำเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ผันผวน อย่างหนักและระหว่างวันได้ปรับตัวลดไปต่ำสุดเฉียด 6,000 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำได้ปรับขึ้น 100 บาท ตั้งแต่เปิดตลาด จากนั้นระหว่างวัน จนถึงเวลา 17.00 น. มีการเปลี่ยนแปลง 48 ครั้ง ในภาพรวมปรับขึ้น 1,300 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อ บาทละ 68,000 บาท ขายออก บาทละ 68,200 บาท และทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 66,643.36 บาท ขายออกบาทละ 69,000 บาท
  • “อนุทิน” รับโผ ครม.เรียบร้อยแล้ว เตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ พยักหน้า “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ดูกฎหมาย รับ เคลียร์ “บวรศักดิ์” แล้ว บอก ครม.คนละชุด จบเทอมก็ต้องแยกย้าย คาดเห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่ 6-9 เม.ย.นี้
  • สหรัฐฯ ได้ส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้กับอิหร่าน ผ่านทางปากีสถานเพื่อพยายามยุติสงครามกับอิหร่านซึ่งดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ ที่ 4 แล้ว โดยอ้างเจ้าหน้าที่ 2 รายที่ไม่เปิดเผยชื่อ
  • นักวิเคราะห์จาก Macquarie คาดการณ์ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. ราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่ง ขึ้นแตะระดับ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะสูงกว่าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 147 ดอลลาร์ในปี 2551
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดความคาดหวังที่ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติลงอย่างรวดเร็ว และกลับเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงิน ปลอดภัย
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 มี.ค.) ว่า เขาจะเลื่อนการ โจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน หลังจากสหรัฐฯ มีการหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน แต่ ทางอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านที่ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้เช่นกัน
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 10 ในวันอังคาร (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความยืดเยื้อ ของสงครามในตะวันออกกลางจะผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เทียบ กับช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางซึ่งนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง นอกจากนี้ นักลงทุนมองว่ามีความเป็นไปได้ มากกว่า 30% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 4/2568, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.พ. และ สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)