
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กำลังจัดทำแบบจำลองสถานการณ์ (Scenarios) รายประเทศ เพื่อประเมินว่าประเทศใดบ้างที่อาจจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหม่ หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ
ฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบาย และการทบทวนของ IMF ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการออกแบบ การนำไปปฏิบัติ และการประเมินนโยบายของ IMF ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับผิดชอบดูแลแต่ละประเทศ แบ่งปันผลการวิเคราะห์ในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่สถานะดุลบัญชีเดินสะพัดไปจนถึงความต้องการเงินทุนที่อาจเกิดขึ้น โดยการประเมินนี้พุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีโครงการทางการเงินกับ IMF อยู่แล้วในปัจจุบัน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังโฆษกของ IMF เกี่ยวกับคำร้องขอการวิเคราะห์ดังกล่าว โฆษกได้ย้ำถึงคำกล่าวล่าสุดของคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ที่ระบุว่า ในโลกที่มีความไม่แน่นอนเช่นนี้ หลายประเทศมักจะหันมาขอความช่วยเหลือจาก IMF มากขึ้น และทาง IMF ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น
กอร์เกียวาเปิดเผยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบัน IMF มีโครงการให้ความช่วยเหลือกับ 50 ประเทศ และพร้อมที่จะขยายข้อตกลงเดิมที่มีอยู่หรือสร้างข้อตกลงใหม่หากจำเป็น อย่างไรก็ตาม IMF เปิดเผยล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ว่า นับจนถึงขณะนี้ IMF ยังไม่ได้รับคำร้องขอใด ๆ
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ขณะนี้ IMF กำลังอยู่ระหว่างการอัปเดตแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) โดยมีการปรับสมมติฐานใหม่สำหรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรายงานฉบับนี้จะมีการเผยแพร่ในเดือนหน้า ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 เม.ย.
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเกิดสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 3.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% เมื่อเดือนต.ค. แต่เตือนว่าความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





