สหรัฐฯ ตั้งข้อหาชาวจีน 2 คดีใหญ่ พัวพันลักลอบส่งชิป AI-เฟนทานิล

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องชาวจีน 6 ราย และบริษัทเภสัชกรรม 2 แห่ง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การฟอกเงิน และความผิดที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้าย ซึ่งเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของเฟนทานิล

ขณะเดียวกัน ในอีกคดีหนึ่งนั้น ทางการสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาชาวจีน 1 ราย และพลเมืองสหรัฐฯ 2 ราย ฐานสมคบคิดละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออก และลักลอบส่งชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงที่ผลิตในสหรัฐฯ ไปยังจีนผ่านทางประเทศไทย โดยสแตนลีย์ อี เจิ้ง จากฮ่องกง ร่วมกับแมทธิว เคลลี่ และทอมมี แชด อิงลิช ถูกกล่าวหาว่าพยายามจัดหาชิป AI มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งออกไปยังจีนอย่างผิดกฎหมาย

จอห์น ไอเซนเบิร์ก ผู้ช่วยอัยการสูงสุดฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า ชิป AI ขั้นสูงดังกล่าวถือเป็นเทคโนโลยีชั้นนำที่สะท้อนศักยภาพของสหรัฐฯ และเป็นผลจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์มาอย่างยาวนาน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

ทั้งสองคดีเกิดขึ้นในวันพุธ (25 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศกำหนดวันใหม่ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม สำหรับการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสองประเทศในด้านความเป็นผู้นำในเทคโนโลยี AI

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังกล่าวหาว่า จีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเฟนทานิลทั่วโลก ขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังแข่งขันกันเพื่อครองความเป็นผู้นำด้าน AI โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาของสหรัฐฯ เตือนในสัปดาห์นี้ว่า ความก้าวหน้าของจีนใน AI แบบโอเพนซอร์ส อาจคุกคามสถานะผู้นำของสหรัฐฯ บนเวทีโลก

รายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ-จีน ระบุว่า กลยุทธ์ของจีนในการส่งเสริมโมเดล AI แบบเปิด ควบคู่กับความได้เปรียบด้านการผลิต เป็นปัจจัยที่เสริมกัน และอาจกลายเป็นความท้าทายต่อความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)