
ก่อนหน้านี้ กล้องวงจรปิดหรือ CCTV ทำหน้าที่เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ที่คอยบันทึกเหตุการณ์เพื่อรอดูย้อนหลังเมื่อเกิดปัญหา แต่ในยุคที่ Data คือขุมทรัพย์ การปล่อยให้กล้องหน้าร้านทำหน้าที่แค่ “ส่อง” อาจเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล
คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือ “หนุ่ย แบไต๋” CEO & Founder of Show No Limit (BT Beartai) ได้ขึ้นเวที CommerceTech Stage ในงาน MarTech Expo 2026 เพื่อบรรยายในเซสชัน “PIXELS AI DATA BUSINESS CTV ‘แค่มองเห็น ก็เข้าใจ'” เมื่อเทคโนโลยี AI Vision และ Data Analytics เปลี่ยนกล้องวงจรปิดให้กลายเป็นเครื่องมือ เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าในโลกจริง ซึ่งเป็นการพลิกโฉมวงการกล้องวงจรปิดครั้งใหญ่ ด้วยการผสาน AI Vision เข้ากับ Data Analytics เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุค CCTV สู่ CTV อย่างเต็มตัว
จาก CCTV สู่ CTV เปลี่ยนการมองเห็น เป็นการเข้าใจ
สิ่งหนึ่งที่แบรนด์และร้านค้าต้องยอมรับคือ ข้อจำกัดของกล้องวงจรปิด หรือ CCTV (Closed-Circuit Television) แบบเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือเชิงรับ
“การมีอยู่ของกล้องคือการดูหรือส่องสิ่งที่มี จนกว่าจะเกิดเหตุอะไรสักอย่าง เราถึงจะย้อนกลับไป Rollback ข้อมูล แล้วดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น… มันเหมือนเป็นพยานหลักฐานสำคัญ แต่มันไม่ได้ห้าม หรือรู้ได้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อน” คุณหนุ่ยกล่าว
นี่คือจุดกำเนิดของการตัดตัวอักษร C ออกหนึ่งตัว และนิยามใหม่เป็น CTV (Customer Targeting Vision) ที่นอกจากจะมีไว้เพื่อบันทึกเหตุการณ์หลังเกิดเหตุแล้ว ยังมีไว้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ได้ด้วย
กล้องวงจรปิดคือ Data Sensor ที่ใหญ่ที่สุดในโลกออฟไลน์
ในขณะที่โลกกำลังถวิลหาพื้นที่สร้าง Data Center ระดับ Giga Data Hub เพื่อประมวลผล AI คุณหนุ่ยชี้ให้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปว่า ธุรกิจและร้านค้ามีโครงสร้างพื้นฐานอย่างกล้อง IP Camera ติดตั้งอยู่แล้ว ทำไมจึงไม่เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้เป็น Data Sensor ที่ทรงพลังที่สุดในโลกออฟไลน์
โดยหากนำ AI Vision มาใช้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหน้าร้านและเพิ่ม Conversion Rate เปลี่ยนคนเดินเข้าให้กลายเป็นคนซื้อได้เพียงแค่ 5% ผลลัพธ์ที่ได้จะสร้าง impact ต่อรายได้ของสาขาในระดับมหาศาลต่อปี นี่คือการนำข้อมูลออฟไลน์มาสร้างมูลค่า

รู้จักลูกค้าตั้งแต่ก้าวเข้าประตู ไม่ใช่แค่ตอนจ่ายเงิน
ปัญหาคลาสสิกของระบบ CRM ทั่วไปคือ ร้านค้าจะรู้จักลูกค้าก็ต่อเมื่อลูกค้าเดินไปเช็กบิลและแจ้งเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น ทำให้ร้านค้าสูญเสียข้อมูลคนเดินผ่าน หรือคนที่เดินเข้ามาแต่ไม่ซื้อไปอย่างน่าเสียดาย
เทคโนโลยี AI Vision สมัยใหม่เข้ามาอุดช่องโหว่ตรงนี้ ด้วยความสามารถด้าน Smart Entry และ People Counter บน Live Dashboard ที่สามารถจับข้อมูลได้ทันทีว่า วันนี้มีคนเดินผ่านร้านกี่คน เข้ามากี่คน และยังวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์อย่างสัดส่วนเพศและช่วงอายุได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้าที่เดินเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่า โดยไม่ต้องรอให้พวกเขาควักกระเป๋าจ่าย
ยกระดับจาก Brand Loyalty สู่การสร้าง Brand Love
การทำ CRM แบบเดิมที่ให้ลูกค้าสมัครสมาชิกเพื่อรับส่วนลด เป็นเพียงการสร้าง Brand Loyalty ที่ลูกค้าอาจยอมเป็น “เหยื่อการตลาด ทาสโปรโมชั่น” เพราะต้องการความคุ้มค่า แต่ AI Vision สามารถทำได้มากกว่านั้น
“เราไม่ได้สร้างแค่ Brand Loyalty เราจะสร้าง Brand Love เพราะว่าเขาจะรักเราจากการที่เราจำเขาได้ เรารู้ว่าเขากินอะไร ไม่กินอะไร อย่างผมไม่กินหวาน ไม่ต้องถามเลยว่าเอาช็อกโกแลตฟัดจ์ เติม on top ไหม” คุณหนุ่ยกล่าว
ในทางปฏิบัติ ความสามารถด้าน Face Recognition ช่วยให้ระบบสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนพนักงานหรือเจ้าของกิจการได้ทันทีเมื่อลูกค้าที่กำหนดไว้เดินเข้าร้าน รวมถึงดึงประวัติการซื้อหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาแสดง เพื่อให้พนักงานสามารถให้บริการได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าแนะนำตัวเอง

คลายข้อกังวลด้าน Privacy
สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักเป็นกังวลเมื่อพูดถึง AI วิเคราะห์ใบหน้า คือเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งคุณหนุ่ยกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ระบบเคารพกฎหมาย PDPA ด้วยการไม่บันทึกภาพสดเก็บไว้ แต่ซอฟต์แวร์จะแปลงโครงหน้าให้กลายเป็น Vector หรือที่เรียกว่า “ID สำหรับ Face” เพื่อใช้ประมวลผลเท่านั้น
นอกจากนี้ ระบบ AI CTV ในยุคนี้ยังถูกออกแบบมาให้เป็น AI Data Platform ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ที่ธุรกิจใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น POS, CRM, CDP, Ad Platform และ Business Intelligence (BI) Dashboard เพื่อให้ทีมการตลาดนำไปทำ Marketing Automation ต่อได้ทันที
เมื่อ “กล้อง” กลายเป็น “สมอง” ของธุรกิจ
สิ่งที่น่าสนใจจากเซสชันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน Mindset ของธุรกิจ จากการมองกล้องวงจรปิดว่าเป็น “อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย” มาเป็น “Data Sensor” ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์กำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อ AI Vision ช่วยให้พื้นที่ทางกายภาพอย่างหน้าร้านหรือสาขา สามารถผลิตข้อมูลเชิงลึกได้ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มดิจิทัล
ความท้าทายของธุรกิจในยุคนี้จึงไม่ใช่การหาข้อมูลให้มากขึ้น แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลออฟไลน์เข้ากับระบบนิเวศดิจิทัลที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น CRM, CDP หรือ Marketing Automation เพื่อให้ทุกจุดสัมผัสกับลูกค้าสามารถสร้าง Insight ที่นำไปใช้ได้จริง ในท้ายที่สุด เทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีที่ทำให้แบรนด์ “เห็น” และ “เข้าใจ” ลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องรอให้พวกเขาบอก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





