
หนังสือพิมพ์เตหะรานไทมส์ของอิหร่านรายงานเมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) ว่า อิหร่านมองว่าการที่สหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามนั้น เป็น “แผนการหลอกลวง” พร้อมกับย้ำว่าอิหร่าน “ไม่เชื่อคำพูดเหล่านี้”
ต่อมาในวันพุธ (25 มี.ค.) ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนข้อความหลายฉบับผ่านทางคนกลางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อารักชีเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่มีการเจรจาใด ๆ กับรัฐบาลสหรัฐฯ และไม่มีความตั้งใจที่จะจัดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่าการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านทางคนกลางนั้น ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านมีการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการโต้แย้งคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่อ้างว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังเจรจากับสหรัฐฯ และต้องการข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
เพราะเหตุใด อิหร่านถึงแสดงท่าทีชัดเจนว่า “ไม่ไว้ใจ” สหรัฐฯ และไม่ต้องการเจรจา
ตระบัดสัตย์
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 อิหร่านและชาติมหาอำนาจโลกได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ (JCPOA) ซึ่งมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกกับการที่อิหร่านจำกัดโครงการนิวเคลียร์อย่างเข้มงวด แต่ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ระหว่างที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก เขากลับนำสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียว แม้ว่าคณะผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศยืนยันว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนก็ตาม จากนั้นสหรัฐฯ กลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อ “สร้างแรงกดดันสูงสุด”
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงต้นปี 2563 หลังจากสหรัฐฯ ลอบสังหารนายพลกาเซม โซเลมานี ของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการประกาศสงคราม ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการเลิกปฏิบัติตามข้อจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายใต้ข้อตกลง JCPOA
ปากว่าตาขยิบ
ในเดือนเมษายน 2568 สหรัฐฯ และอิหร่านกลับสู่การเจรจาทางอ้อมโดยมีโอมานเป็นคนกลาง ณ กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน โดยมี สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เข้าร่วม จากนั้นการเจรจาหลายรอบได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ความพยายามในการเจรจาได้พังทลายลง เมื่ออิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์และฐานทัพของอิหร่าน ถือเป็นการเปิดฉาก “สงคราม 12 วัน” ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 24 มิถุนายน ด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายประกาศหยุดยิง
แทงข้างหลัง
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง โดยเปิดฉากการประชุมที่โอมาน ต่อด้วยนครเจนีวา และในการเจรจารอบที่สามเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้ไกล่เกลี่ยระบุว่าเป็นการเจรจาที่ “เข้มข้นที่สุด” และ “มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” ทั้งยังมีแผนว่าจะจัดการประชุมติดตามผลที่กรุงเวียนนาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ถึง 48 ชั่วโมงต่อมา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการเปิดฉากสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
หลายครั้งที่การเจรจาดูเหมือนว่ากำลังจะไปได้ดี สหรัฐฯ และอิสราเอลกลับลอบโจมตีอิหร่าน ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าสหรัฐฯ “ไว้ใจไม่ได้” เรื่องการรักษาสัญญา ด้วยเชื่อว่าตนเองมีอำนาจทางทหารเหนือกว่า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





