นายกฯ สั่งติดตามราคาพลังงานใกล้ชิด สั่งเตรียมมาตรการดูแลปชช.ภายใต้ข้อจำกัด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึง ผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า การประชุมวันนี้เป็นการรายงานมาตรการต่างๆที่เตรียมพร้อมรองรับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตในตะวันออก และส่งผลกระทบต่อวิกฤตพลังงานไปทั่วโลก

โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมมาตรการต่างๆ ภายใต้ข้อจำกัด เพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ถึงแม้ในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังสามารถใช้กลไก เครื่องมือต่างๆในด้านกฏหมายเท่าที่ทำได้ ตรงไหนติดข้อจำกัดให้คณะกรรมกฤษฏีกาช่วยพิจารณาว่า ภายใต้ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ สามารถออกกลไกที่ช่วยประชาชนได้ ให้ดำเนินการได้เลยและเป็นไปตามกฏหมาย

นายเอกนิติ ย้ำว่า สถานการณ์พลังงานมีความผันผวนมาก สิ่งที่ได้พูดคุยในครม. เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูงมาก และได้กองทุนน้ำมันฯ และครม.ได้ให้หลักการให้ใช้ภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยเพิ่ม แต่ถ้าขาลงมาเมื่อไหร่ก็ต้องลดราคาให้กับประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นเราก็จะติดตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เมื่อไหร่ราคาลดลงมาก็จะลดลงด้วย

นายเอกนิติ ระบวุ่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมครม.วันนี้เป็นวิกฤติพลังงานทั่วโลก ได้กำชับส่วนราชการส่วนกลาง ท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ยึดหลักประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเดินทางไปดูงานต่างประเทศให้ยกเลิก ขณะที่ภารกิจจำเป็นยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานต่างๆ และ มาตรการ Work From Home และในสถานการณ์เช่นนี้ทุกคนต้องปรับตัว วิกฤติพลังงานเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ภาครัฐพยายามบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และพยายามทุกวิถีทางร่วมมือร่วมใจผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน จึงทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนระดับสูง ส่วนประเทศไทยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังช่วยเหลืออยู่ ซึ่งหลังจากที่มีการปรับราคาขายปลีก ซึ่งมีผลในวันนี้ ถึง 6 บาทต่อลิตรอยู่ที่อัตรา 39 บาทต่อลิตร แต่หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศเพื่อนบ้านไทยยังต่ำกว่าโดยยกตัว อย่างประเทศสิงคโปร์ที่ปรับขึ้นถึงอัตรา 100.26 บาทต่อลิตร มีเพียงอินโดนีเซียและบรูไนที่ต่ำกว่าไทย ประกอบกับสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนสถานะกองทุนฯ ก่อนปรับอุดหนุนน้ำมันดีเซล 19 บาทต่อลิตร มีอัตราการไหลออก 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะกองทุนฯ – 38,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุที่นำมาประกอบการปรับราคาน้ำมัน เพื่อให้มีการสะท้อนต้นทุนจริงเพิ่มขึ้น ลดภาระของกองทุนฯ ลดปัญหาเรื่องการเก็งกำไรและกักตุนน้ำมัน ปัจจุบันหน่วยงานความมั่นคงได้ช่วยตรวจตราเพื่อไม่เกิดการเอาเปรียบประชาชน ส่วนการผลิตน้ำมันนั้น ได้ติดตามโรงกลั่นอย่างใกล้ชิดพบว่า ทำการกลั่นเต็มกำลังทุกโรงกลั่น ดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน และยังมีน้ำมันสำรองอีก 10 ล้านลิตร โดยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดีเซลมีการจ่าย 85 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการปกติเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้ได้ประสานผู้ค้าตามมาตรา 7 ให้จ่ายน้ำมันให้ Jobber ด้วย

สำหรับความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นอีกนั้น นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องประเมินหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งทิศทางตลาดโลก ส่วนต่างราคาน้ำมันกับประเทศเพื่อนบ้าน สถานการณ์การกักตุนและลักลอบส่งออก รวมถึงสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ขณะที่แนวทางการปรับราคานั้น ในหลักการขณะนี้ยึดตามกลไกตลาดเป็นหลัก โดยไม่มีการกำหนดเพดานราคา แต่ยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือดูแลราคาตามความเหมาะสม

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 50 บาทต่อลิตรนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามเป็นหลัก หากสถานการณ์คลี่คลายลง หรือมีการพิจารณา ลดภาษีสรรพสามิต ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้ในระยะต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)