เลขาฯ กกต. ยันบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ตรงตามเจตนารมณ์ รธน. เป็นการลงคะแนนลับ ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวในการประชุมถอดบทเรียนถึงการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. โดยยืนยันว่ากรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด เป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยแท้ กล่าวคือ การลงคะแนนไม่มีผู้ใดรู้และไม่อาจตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาล หรือ กกต.หรือประชาชนโดยทั่วไป เพราะการตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละประเด็นกับการตรวจสอบย้อนหลังว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ซึ่งการตรวจสอบความไม่สุจริตในการเลือกตั้งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ อาทิ ให้อำนาจแก่ศาล หรือ กกต.แล้วแต่กรณี แต่การตรวจสอบว่าใครลงคะแนนให้ใคร เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ และเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการเลือกตั้ง ไม่มีองค์ใด หรือใคร จะไปตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือ กกต. พร้อมยกตัวอย่างของการทำหน้าที่ของ ศาล หรือ กกต.ในการตรวจสอบการกระทำที่ไม่สุจริต เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 2 กรณี คือ

  1. กรณีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ในกรณีนี้ ถ้าศาล หรือ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่แล้วแต่กรณี ก็เพียงแต่เปิดหีบและนำบัตรของหน่วยเลือกตั้งนั้นมานับคะแนนใหม่เท่านั้น ซึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. กกต.ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ. การนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ก็ยังเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตลอดเวลาจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
  2. กรณีที่การตรวจสอบบัตรปลอม หรือการตรวจสอบการใช้บัตรข้ามเขต กกต. ก็เพียงมีมติสั่งให้เปิดหีบบัตรและนำบัตรในหน่วยเลือกตั้งมาสแกน บาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ด ก็จะทราบทันทีว่าเป็นบัตรปลอมหรือเป็นบัตรข้ามเขตเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ได้กระทบถึงหรือทำให้ทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร มันจึงยังเป็นความลับอยู่ตลอดไปจนกว่าบัตรจะถูกทำลายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)