ทรัมป์งัดคำสั่งบริหารเร่งจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ TSA 5 หมื่นราย กู้วิกฤตสนามบินป่วน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ว่าจะใช้อำนาจบริหารสั่งการให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เร่งจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบิน (TSA) จำนวน 50,000 นาย ท่ามกลางภาวะชะงักงันในสภาคองเกรส เพื่อเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่สร้างความโกลาหลให้กับการเดินทางทั่วประเทศ

DHS เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนของรัฐบาลเริ่มต้นขึ้นในเดือนก.พ. มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินลาออกไปแล้วเกือบ 500 คน เนื่องจากความขัดแย้งด้านงบประมาณในสภาคองเกรสบีบให้เจ้าหน้าที่ TSA ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

ปัจจุบัน TSA กำลังรับมือกับปริมาณผู้โดยสารที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วราว 5% โดยอัตราการขาดงานที่พุ่งทะลุ 10% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารในบางสนามบินต้องรอคิวนานหลายชั่วโมงที่จุดตรวจความปลอดภัย จน TSA ต้องออกมาย้ำเตือนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 มี.ค.) ว่า อาจจำเป็นต้องปิดสนามบินขนาดเล็กหากสถานการณ์ยังเลวร้ายลง

สถิติเมื่อวันพุธชี้ให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ TSA ขาดงานกว่า 11% หรือราว 3,120 คน โดยเฉพาะในสนามบินหลักอย่างเจเอฟเค (JFK) ในนิวยอร์ก สนามบินทั้งสองแห่งในฮิวสตัน รวมถึงสนามบินในบัลติมอร์ นิวออร์ลีนส์ และแอตแลนตา ที่มีอัตราการขาดงานพุ่งสูงถึง 30% ขึ้นไป

เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (HSI) ของสหรัฐฯ หลายร้อยนายได้ถูกส่งตัวไปยังสนามบิน 14 แห่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 มี.ค.) เพื่อนำอุปกรณ์ของ TSA มาช่วยตรวจเอกสารยืนยันตัวตน รักษาความปลอดภัยตามทางเข้าออก สนับสนุนด้านโลจิสติกส์ และควบคุมฝูงชน โดยบุคลากรกลุ่มนี้ ตลอดจนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ของ DHS ยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติในช่วงชัตดาวน์

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการจัดสรรงบประมาณตามคำสั่งของปธน.ทรัมป์จะครอบคลุมระยะเวลานานเพียงใด หรือเป็นการดึงงบประมาณของ DHS ที่ได้รับการอนุมัติเมื่อปีที่แล้วภายใต้ร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายฉบับใหญ่มาใช้หรือไม่ ขณะที่เบนนี ทอมป์สัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับสูงจากพรรคเดโมแครตประจำคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่ชัดเจนว่าปธน.ทรัมป์มีแผนจะจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ TSA อย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน มองว่าความเคลื่อนไหวของปธน.ทรัมป์เป็นเพียง “การแก้ปัญหาระยะสั้น” โดยเขายังคงผลักดันให้มีการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณครอบคลุมหน่วยงานทั้งหมดของ DHS ซึ่งรวมถึงหน่วยยามฝั่งและสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง (FEMA) พร้อมชี้ว่าพรรคเดโมแครตแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่สนใจที่จะสนับสนุนงบประมาณให้กับสายงานบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE)

วิกฤตชัตดาวน์ครั้งนี้มีต้นตอมาจากการที่พรรคเดโมแครตระงับงบประมาณของ DHS เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการปฏิบัติงานของ ICE หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงพลเมืองอเมริกัน 2 ราย คือ เรเน กูด และ อเล็กซ์ เพรตตี เสียชีวิตที่มินนิอาโปลิส ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ปฏิเสธข้อเสนอของพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้แยกพิจารณางบประมาณของ TSA ออกมาต่างหาก ระหว่างที่มีการเจรจาปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่ ICE

ด้านคริส เมอร์ฟี สว. อาวุโสพรรคเดโมแครตประจำคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศคำสั่งดังกล่าว การเจรจาของทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าและมีการยื่นข้อเสนอกันตลอดทั้งวัน โดยขณะนี้สว. ของทั้งสองพรรคยังคงหารือเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะเปิดทางให้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับ TSA และหน่วยงานอื่น ๆ ของ DHS ต่อไป โดยยังคงระงับงบประมาณด้านการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองบางส่วนเอาไว้

คริส ซูนูนู ซีอีโอของ Airlines for America ซึ่งเป็นสมาคมการค้าอุตสาหกรรมการบิน ได้ออกมาชื่นชมแนวทางการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ TSA หลายหมื่นคนที่ทุ่มเททำงานสำคัญนี้ แต่ก็ย้ำว่า “สิ่งสำคัญคือสภาต้องออกกฎหมายแก้ปัญหาอย่างถาวร เพื่อให้มั่นใจว่าความโกลาหลเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)