
องค์การสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยุติการมีส่วนร่วมใด ๆ ในความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน โดยระบุว่าอาจทำให้ความขัดแย้งทางทหารขยายวงกว้างออกไปอีก
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติ ระบุในบันทึกถึงผู้สื่อข่าวในวันเสาร์ (28 มี.ค.) ว่า “เรามีความกังวลว่าการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในวันนี้ อาจทำให้ความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาคขยายวงกว้างออกไปอีก”
“เราขอเน้นย้ำว่ากฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ต้องได้รับความเคารพจากทุกฝ่ายตลอดเวลา” เขากล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี “เป้าหมายทางทหารที่สำคัญ” ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกของกองกำลังฮูตี กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแทรกแซงทางทหารโดยตรง “เพื่อสนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและแนวร่วมต่อต้านในเลบานอน อิรัก และปาเลสไตน์”
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม โดยระบุว่าการโจมตีทางทหารต่ออิสราเอลครั้งนี้เป็น “สิทธิอันชอบธรรม” ในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานอย่างโหดร้ายของสหรัฐฯ และอิสราเอล” ต่ออิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มี.ค. 69)





