ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง กังวลสงครามบานปลาย หลังฮูตีร่วมวงถล่มอิสราเอล

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงลงในวันนี้ (30 มี.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 จะลุกลามบานปลาย หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และฉุดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงในช่วงเช้านี้ด้วย

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 52,054.68 จุด ลดลง 1,318.39 จุด หรือ -2.47%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,532.85 จุด ลดลง 419.03 จุด หรือ -1.68% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,884.28 จุด ลดลง 29.44 จุด หรือ -0.75%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลงกว่า 5% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.46%

กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี “เป้าหมายทางทหารที่สำคัญ” ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกของกองกำลังฮูตี กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแทรกแซงทางทหารโดยตรง “เพื่อสนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและแนวร่วมต่อต้านในเลบานอน อิรัก และปาเลสไตน์”

นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม โดยระบุว่าการโจมตีทางทหารต่ออิสราเอลครั้งนี้เป็น “สิทธิอันชอบธรรม” ในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานอย่างโหดร้ายของสหรัฐฯ และอิสราเอล” ต่ออิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)