HILITE: โลกเดือด! สงครามขยายวง ตลาดหุ้นระส่ำสัญญาณ Bear Market แนะสอยหุ้นปันผลสู้ภัยสงคราม

บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ความกังวลต่อการขาดแคลนน้ำมัน (SUPPLY SHORTAGE) ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งมีทั้งสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 30 รวมถึงสงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่ลากยาวจนถึงปัจจุบัน (เริ่ม 24 ก.พ. 65) โดยมีปัจจัยกดดันเข้ามาเพิ่มเติม ได้แก่ กบฏฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน, สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารภาคพื้นดินสูงสุด 10,000 นาย ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง, การส่งออกน้ำมันของรัสเซียหยุดชะงักอย่างน้อย 40% หลังจากถูกโดรนของยูเครนโจมตี และการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน

ในด้านราคาน้ำมันดับเช้านี้ WTI พุ่งขึ้นราว 3.2% ยืนเหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนตลาดหุ้นโลกยังคงผันผวน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ -1.7% ถึง -2.2% ขณะที่เช้านี้เกาหลีใต้ -4.0% และญี่ปุ่น -4.6%

นอกจากนี้ ระยะถัดไปยังต้องจับตาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจะมาพร้อมกับความกังวล RECESSION และแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยล่าสุด BLOOMBERG ปรับคาดการณ์โอกาสเกิด RECESSION อีก 1 ปีข้างหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 30% (เดิม 25%) แล้ว

 

ฝ่ามรสุมหุ้นโลกปรับฐาน สู่กลยุทธ์ทำกำไรด้วย DR กลุ่มพลังงาน

 

ในสภาวะตลาดปี 69 ที่มีความผันผวนจากปัจจัยสงครามตะวันออกกลาง จึงทำให้ตลาดหุ้นโลกผันผวน โดยตั้งแต่ต้นปี(YTD) ดัชนีสำคัญหลายแห่งร่วงลงเกิน 10% ถึง 20% จากจุดสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ (NASDAQ ติดลบ -12.7%), ยุโรป, ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ทองคำ

อย่างไรก็ตาม BRENT OIL เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงน้อยเพียง -3.0% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทนทานต่อสภาวะตลาดผันผวนได้ดีกว่ากลุ่มอื่นๆในยามเกิดสงคราม

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียบางแห่ง เช่น จีน (-6.8%) และไทย (-6.4%) แม้จะติดลบแต่ก็ถือว่า OUTPERFORM กว่าตลาดหุ้นฝั่งตะวันตกอยู่พอสมควร อีกทั้งเชิงเทคนิค ตลาดหุ้นสำคัญเข้าสู่โซน BEAR MARKET ตัด SMA 200 ลงมา อาทิ อินโดนีเซีย อินเดีย สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ยุโรป มีเพียง จีน ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ที่ยังแกร่ง ซึ่งถือเป็นเป้าหมาย FLOW ต่างชาติในอนาคต หากสงครามตะวันออกกลาง ส่งสัญญาณผ่อนคลายลง

ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โซน CORRECTION AND BEAR MARKET ระยะกลาง ตลาดหุ้นโลกอาจอาจลงต่อได้ หากเทียบเคียงช่วง 2Q22 (สงครามรัสเซียยูเครน) ปรับฐานราว -16% VS SET -7.5%, โอกาสการเกิด RECESSION สูงขึ้น, นโยบายการเงินที่เข้มขึ้นกดดันกองทุนมีโอกาสถือเงินสดสูงขึ้น เพราะยังถือต่ำกว่าปกติมาก และสุดท้ายเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสค่อยถูกปรับลง

ดังนั้น กลยุทธ์แนะนำทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง ที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุน BBL, GUNKUL, GULF, BGRIM, ICHI, CPF, NER, OR

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)

ข่าวล่าสุด