อินโดฯ เรียกถก Meta-Google เหตุเมินกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล

ทางการอินโดนีเซียเรียกตัวแทนจากบริษัทเมตา (Meta) และกูเกิล (Google) เข้าพบ หลังพบว่าทั้งสองบริษัทยังไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงสูง ต้องระงับบัญชีผู้ใช้งานของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีทั้งหมด โดยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมอูตียา ฮาฟิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย แถลงผ่านวิดีโอวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า เมตาและกูเกิลถือเป็น “องค์กรธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย” กระทรวงฯ จึงเรียกตัวแทนเข้าพบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มี.ค.) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเตือนว่าหากยังคงฝ่าฝืน บริษัทอาจต้องเผชิญบทลงโทษ หรือขั้นร้ายแรงที่สุดคือการถูกสั่งระงับการให้บริการในประเทศ

รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารฯ ระบุเพิ่มเติมว่า กูเกิลและเมตาแสดงจุดยืนคัดค้านกฎระเบียบนี้มาตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งเมตาและกูเกิลเคยออกมายืนยันว่า แพลตฟอร์มของตนมีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานเด็กอยู่แล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังจัดให้โรบล็อกซ์ (Roblox) และติ๊กต๊อก (TikTok) เป็นแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน พร้อมส่งหนังสือเตือนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกเรียกตัวเข้าพบในลักษณะเดียวกัน

อินโดนีเซียบังคับใช้มาตรการควบคุมโซเชียลมีเดียโดยมุ่งหวังที่จะลดปัญหาการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์และการเสพติดหน้าจอ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวตามรอยประเทศออสเตรเลียที่เพิ่งสั่งแบนโซเชียลมีเดียในเยาวชนเมื่อปีที่แล้วจากความกังวลด้านสุขภาพจิต

สำหรับเกณฑ์ที่ทางการใช้วัดระดับ “ความเสี่ยงสูง” ของแพลตฟอร์ม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้เด็กพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้ ฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้เกิดการเสพติด และปัจจัยเสี่ยงทางจิตวิทยาอื่น ๆ

ข้อมูลจากสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอินโดนีเซียระบุว่า ในปี 2568 อินโดนีเซียมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 80.66% และตัวเลขนี้พุ่งสูงถึง 87.8% ในกลุ่มผู้ใช้อายุ 13-28 ปี ขณะที่ฮาฟิดกล่าวว่า ปัจจุบันประชากรเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีในอินโดนีเซียมีจำนวนมากถึงราว 70 ล้านคน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)