
มล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 49 ประจำเดือนมี.ค.69 ภายใต้หัวข้อ “เอกชนไม่ทน : เสียงสะท้อนภาคธุรกิจกับปัญหาคอร์รัปชัน” ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็น ของผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 645 คน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อสะท้อน มุมมองของภาคเอกชนต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชั นที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 49 ดังนี้
1. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันเมื่อเทียบกับในอดีต มีความรุนแรงในระดับใด
อันดับ 1 : มากขึ้น 85.7%
อันดับ 2 : เท่าเดิม 11.8%
อันดับ 3 : น้อยลง 2.5%
2. สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันคือข้อใด
อันดับ 1 : วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์และผลประโยชน์ทับซ้อน 70.9%
อันดับ 2 : ช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด 57.2%
อันดับ 3 : เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจใช้ดุลยพินิจสูง เปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ 53.0%
อันดับ 4 : การเมืองแทรกแซงระบบบริหารราชการ 49.6%
3. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบัน มักเกิดขึ้นในรูปแบบใดบ้าง
อันดับ 1 : การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ การล็อกสเปก ฮั้วประมูล 81.4%
อันดับ 2 : การติดสินบนและการเรียกรับผลประโยชน์ 72.6%
อันดับ 3 : การทุจริตเชิงนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่ม 69.8%
อันดับ 4 : การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ 40.2%
4. ต้นทุนที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน คิดเป็นประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการดำเนินธุรกิจทั้งหมด
อันดับ 1 : มากกว่า 20% 55.5%
อันดับ 2 : 11-20% 29.9%
อันดับ 3 : 5-10% 11.2%
อันดับ 4 : น้อยกว่า 5% 2.5%
อันดับ 5 : ไม่มีต้นทุนที่เกิดจากการคอร์รัปชัน 0.9%
5. ภาครัฐควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องใด
อันดับ 1 : เร่งปฏิรูปกฎหมาย และยกระดับการบังคับใช้ให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ 64.5%
อันดับ 2 : ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีลดการใช้ดุลยพินิจ
พร้อมเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ให้ตรวจสอบได้ 60.2%
อันดับ 3 : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคเอกชน เพิ่มช่องทางร้องเรียน
และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม 55.5%
อันดับ 4 : ยกระดับระบบตรวจสอบนโยบายและโครงการภาครัฐ
ให้มีการประเมินความคุ้มค่าและความโปร่งใสก่อน-ระหว่าง-หลังดำเนินการ 54.9%
ส.อ.ท. เห็นว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งการปฏิรูปกฎหมาย การ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านระบบดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ตรวจสอบได้ และการ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น เสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่ง ขันของประเทศในระยะยาว โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนการต่อต้านทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ระบบ เศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 69)





