
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อีกครั้ง จากกรณีไม่ยอมให้ความช่วยเหลือทางทะเลในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางไฟสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน
ทรัมป์กล่าววิพากษ์วิจารณ์ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ไม่ได้ช่วยเรา แม้จะมีกองกำลังสหรัฐฯ หลายหมื่นนายประจำการอยู่ในทั้งสองประเทศเพื่อปกป้องพวกเขาจากเกาหลีเหนือ ซึ่งทรัมป์ระบุว่า มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองมากมาย
ข้อเสนอแนะที่ทรัมป์ระบุว่า การสนับสนุนที่กองทัพสหรัฐฯ มอบให้พันธมิตรสำคัญในเอเชียทั้งสองประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย ควรได้รับการตอบแทนนั้นมีขึ้น หลังจากที่เขาออกมาประณามนาโตอีกครั้งว่าเป็นเพียง “เสือกระดาษ”
ในทางกลับกัน ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมบางประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ คูเวต กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ว่า เป็นพันธมิตรที่ดีของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ขณะที่ทรัมป์ย้ำคำขู่ต่ออิหร่าน ทรัมป์ได้อ้างว่า สหรัฐฯ ได้ชัยชนะทางทหารในสงครามครั้งนี้แล้ว และหากรัฐบาลอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิหร่านอาจถูกทำลายราบคาบภายในเวลา 4 ชั่วโมง โดยจะเริ่มดำเนินการในอีกเพียงหนึ่งวันข้างหน้า
ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการจัดส่งน้ำมันทั่วโลก ภายในเวลา 20.00 น. ของวันอังคาร (7 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 07.00 น. ของวันพุธ (8 เม.ย.) ตามเวลาไทย หลังจากที่อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงาน
ทรัมป์กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้งถือเป็น “ภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่สุด”
ทรัมป์ระบุว่า “เราต้องมีข้อตกลงที่ผมยอมรับได้ และส่วนหนึ่งของข้อตกลงนั้นคือเราต้องการให้มีการขนส่งน้ำมันและสินค้าทุกอย่างได้อย่างเสรี” และขู่ว่า หากไม่เป็นเช่นนั้น “เราก็มีแผนการที่เตรียมไว้ ด้วยแสนยานุภาพทางทหารของเรา สะพานทุกแห่งในอิหร่านจะถูกทำลายย่อยยับภายในเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย.) และโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านจะต้องหยุดชะงัก ไฟไหม้ ระเบิด และไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





