IRPC เล็งขายหุ้นกู้ 3 ชุดอายุ 3-7 ปีให้ผู้ลงทุนทั่วไปช่วง 15-17 มิ.ย.ผ่าน 6 แบงก์

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี [IRPC] เปิดเผยว่า บริษัทฯ

เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี และ หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี ชำระดอกเบี้ย ทุก 6 เดือน ตลอดอายุของหุ้นกู้
โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยให้ทราบในภายหลัง

ทั้งนี้ บริษัทและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 สะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งที่มีต่อบริษัทฯ ที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของ บมจ.ปตท. จำกัด [PTT] ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 15 – 17 มิถุนายนนี้ ผ่านสถาบันการเงิน 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

นายเทอดเกียรติ ระบุว่า ในปี 2568 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคเผชิญกับความท้าทายซึ่งต้องอาศัยการกำกับดูแลเชิงรุก การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างรอบคอบ และวินัยทางการเงินที่เข้มแข็งเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

IRPC เร่งเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมพร้อมคว้าโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาธุรกิจหลัก ได้แก่ ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ท่าเรือ และอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่การต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านมาตรการเชิงรุก เช่น การบริหารเงินทุน ปรับพอร์ตการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริหารสินทรัพย์ท่าเรือและที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดตั้ง Crisis War Roomเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนกลยุทธ์ Domestic Firstเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลกและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าโครงการ Performance Uplift เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการผลิต เป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งมุ่งพัฒนา และเพิ่มสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์พิเศษสูงขึ้น ตลอดจนขยายธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรผู้แปรผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น

บริษัทได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การคงสถานะสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI)

เป็นปีที่ 12 รางวัล SET Awards 2025 ด้านนวัตกรรมจากผลงาน PTFE/SAN Core- Shell รายแรกของไทย รางวัล Thailand Energy Awards 2025 จากโครงการ Digitalization การได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศติดต่อกัน เป็นปีที่17และการเป็นองค์กรเอกชนรายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนระดับ GOLD ต่อเนื่อง 2 ปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)