
บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) [TOA] ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) [AP] อสังหาฯ รายแรกที่ประกาศเจตนารมณ์มุ่งขับเคลื่อน “Green Supply Chain” เต็มรูปแบบ พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง (Strategic Sustainability Partners) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน สังคม และโลกในระยะยาวไปร่วมกัน
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร AP กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่เป้าหมายในการส่งมอบชีวิตคุณภาพให้กับลูกค้า AP ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพของทาง TOA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐานระดับสากล โดยเฉพาะมาตรฐาน EPD (Environmental Product Declaration) ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมที่เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวัฏจักรชีวิตอย่างโปร่งใส รวมถึงการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR-Carbon Footprint Reduction) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ที่สะท้อนถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกใช้สีคุณภาพและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจาก TOA ซึ่งได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยนำไปใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยของ AP อย่างต่อเนื่อง อาทิ
– ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ด้วยนวัตกรรมสีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield) ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดได้สูงสุดถึง 99.2% และสามารถคายความร้อนได้ถึง 90% ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุด 8.1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ และสีโฟร์ซีซั่น (4Seasons) ที่มีสารระเหยต่ำ ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
– นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ถังสีที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ประมาณ 20% ต่อถัง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 322 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (gCO2e)
– ผลิตภัณฑ์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง TOA Gypsum นวัตกรรมวัสดุรักษ์โลกใหม่ล่าสุดจากทาง TOA ทั้งแผ่นยิปซัมชนิดมาตรฐาน (TOA Proboard) และแผ่นยิปซัมชนิดทนชื้น (TOA Waterproof) ซึ่งผ่านการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR) จาก TGO รายแรกในประเทศไทย และมาตรฐาน LEED V4 & V4.1 จากองค์กรระดับสากลอย่าง USGBC ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีสารระเหย VOCs ต่ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพของทั้งช่างก่อสร้างและผู้อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาโครงการตามแนวทาง Green Building ในปัจจุบัน
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนเสาหลักสำคัญ Code of Sustainable Impact ภายใต้ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ของเอพี ไทยแลนด์ ซึ่งมุ่งบูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ที่อยู่อาศัยคุณภาพในเครือเอพี ไทยแลนด์ ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม การทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจ คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวให้กับลูกค้าในทุกโครงการของเอพี ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมสะท้อนแนวคิด Living Quality ของเอพี ไทยแลนด์ ที่มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เผยว่า TOA ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากการเป็นเพียงผู้ผลิตสีทาอาคาร สู่การประกาศจุดยืนอย่างแข็งแกร่งในฐานะ “ผู้นำ Total Solution for Living อย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญเพื่อตอบรับวิถีชีวิตแห่งอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้าง “ความสุขในการอยู่อาศัย” ควบคู่ไปกับการดูแลโลก
อีกหนึ่งความสำเร็จในปีนี้ คือการผนึกกำลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ AP ภายใต้เป้าหมายร่วมกันในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ “ดีต่อใจและดีต่อโลก” TOA ได้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร ทั้งนวัตกรรมสีรักษ์โลก และแผ่นฝ้ายิปซัม เข้าไปเติมเต็มมาตรฐานการก่อสร้างของ AP เพื่อให้ทุกโครงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่โครงสร้างจนถึงพื้นผิว
TOA เดินหน้าเต็มสูบสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านพันธกิจ 7 Green Mission ที่เรานำมาปรับใช้จริงในทุกมิติ อาทิ Green Production & Energy โรงงานของเราใช้พลังงานสะอาดและลดขยะจากการผลิตอย่างต่อเนื่อง Greenovation & Green Certified พัฒนานวัตกรรมอย่าง TOA Organic Care ที่ใช้วัตถุดิบจากพืช และสี SuperShield สีทน สะท้อนแสงแดดสูงสุด 99.2% ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ที่ได้รับรองฉลาก EPD และฉลากลดโลกร้อน (CFR) มากที่สุดในไทย ซึ่งโครงการของ AP Thailand ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อส่งต่อบ้านที่ประหยัดพลังงานและปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัย Green Reforestation โครงการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน รวมทั้งมิติ Green Partner & Value Chain การร่วมมือกับ AP คือต้นแบบของ Green Supply Chain ที่เราบริหารจัดการทรัพยากรและโลจิสติกส์ร่วมกันเพื่อลด Carbon Footprint ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
“ความร่วมมือกับเอพี ไทยแลนด์ ในครั้งนี้ คือการนำนวัตกรรมที่เราภาคภูมิใจอย่างสี SuperShield และ TOA Gypsum มาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง พร้อมกับโมเดลถังสีรีไซเคิล ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าธุรกิจอสังหาฯ และวัสดุก่อสร้างสามารถพัฒนา Living Quality อย่างต่อเนื่องและแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันเพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัย สังคม และโลก” นายจตุภัทร์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)






