ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีนหวังถก “สี จิ้นผิง” ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร

เจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน เดินทางถึงจีนแผ่นดินใหญ่แล้ววันนี้ (7 เม.ย.) ในภารกิจที่เธอระบุว่าเพื่อ “สันติภาพ” ซึ่งอาจปูทางไปสู่การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากปักกิ่งที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงช่วงเวลาที่ฝ่ายค้านไต้หวันกำลังสกัดกั้นร่างงบประมาณกลาโหมเพิ่มเติมมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในรัฐสภา

ครั้งนี้นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งในรอบ 10 ปี โดยเจิ้งมีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดีนี้ (9 เม.ย.) แม้ทางการจีนจะยังไม่ออกมายืนยันกำหนดการพบปะระหว่างปธน.สีและเจิ้งก็ตาม

ในการตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ชิว ฉุยเจิ้ง ประธานคณะกรรมการกิจการแผ่นดินใหญ่ (MAC) เรียกร้องให้เจิ้ง ลี่เหวิน ใช้โอกาสนี้แสดงจุดยืนต่อหน้าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้ยุติการคุกคามไต้หวันด้วยเครื่องบินรบและกองเรือในทันที พร้อมย้ำว่าปักกิ่งควรเจรจากับรัฐบาลไต้หวันที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องเท่านั้น

ในทำนองเดียวกัน ก่วน ปี้หลิง ประธานคณะกรรมการกิจการมหาสมุทร ซึ่งกำกับดูแลหน่วยยามฝั่งไต้หวัน ที่โพสต์ภาพแผนผังการตรึงกำลังเรือรบจีนรอบเกาะไต้หวันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงดึกวันจันทร์ (6 เม.ย.) โดยระบุว่ามีเรือรบ 2 ลำประจำการอยู่นอกชายฝั่งตะวันออก และอีก 3 ลำกระจายอยู่ทางทิศเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ จุดละหนึ่งลำ

ก่วนกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาในเชิงเปรียบเปรยถึงการเดินทางของเจิ้งว่า “ตอนที่คุณบินออกไป คุณกำลังบินออกจากสิ่งที่พวกเขา (จีน) มองว่าเป็น ‘กรงขังไต้หวัน'” ซึ่งเป็นการพาดพิงถึงคำที่กองทัพจีนใช้เรียกขานระบบป้องกันภัยทางอากาศ (T-Dome) ของไต้หวัน

ด้านเจิ้ง ลี่เหวิน เดินทางถึงสนามบินหงเฉียวในนครเซี่ยงไฮ้ภายใต้การรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ก่อนโดยสารรถไฟมุ่งหน้าไปยังนครหนานจิง เพื่อคารวะสุสานของซุน ยัตเซ็น ผู้ก่อตั้งพรรคและสถาปนาสาธารณรัฐจีนเมื่อปี 2455

ก่อนออกเดินทางจากกรุงไทเป เจิ้งให้สัมภาษณ์ว่านี่คือ “การเดินทางแห่งประวัติศาสตร์เพื่อสันติภาพ” แม้ทราบดีว่ามีกระแสความไม่สบายใจทางการเมืองอยู่บ้างก็ตาม

“ถ้ารักไต้หวันจริง เราต้องคว้าทุกโอกาสแม้เพียงน้อยนิด เพื่อปกป้องบ้านเมืองไม่ให้ย่อยยับเพราะภัยสงคราม” เจิ้งกล่าว “ฉันอยากเชื่อว่าชาวไต้หวันทุกคนหวังให้การเยือนครั้งนี้สำเร็จ เพราะเราสามารถเปลี่ยนจุดที่อันตรายที่สุดให้กลายเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดในโลกได้”

ทั้งนี้ จีนแผ่นดินใหญ่ไม่เคยละทิ้งความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อผนวกไต้หวันที่ตนมองว่าเป็นเพียงมณฑลหนึ่ง และที่ผ่านมาได้ปฏิเสธการเจรจากับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำคนปัจจุบันของไต้หวัน โดยประณามว่าเขาเป็น “พวกแบ่งแยกดินแดน”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)