
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า การที่เกาหลีเหนือออกมาตอบรับอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ แสดงความเสียใจกรณีพลเมืองเกาหลีใต้ส่งโดรนรุกล้ำน่านฟ้า ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของการสร้างสันติภาพและการอยู่ร่วมกันในคาบสมุทรเกาหลี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังในช่วงค่ำวานนี้ (6 เม.ย.) คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่า พี่ชายของเธอมองว่า ปธน.อี เป็นคนตรงไปตรงมาและใจกว้าง โดยถ้อยแถลงนี้มีขึ้นเพียง 10 ชั่วโมงหลังจากนายอีกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือ
กระทรวงรวมชาติระบุว่า แถลงการณ์ของคิมบ่งชี้ว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องการยุติพฤติกรรมที่สร้างความตึงเครียดทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลีโดยไม่จำเป็น
เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ รายหนึ่งระบุว่า นี่เป็นก้าวสำคัญสู่การสถาปนาสันติภาพ “ไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองเกาหลีจะต้องเป็นปรปักษ์ต่อกัน ความเป็นศัตรูและการเผชิญหน้าไม่ได้ส่งผลดีต่อฝ่ายใดเลย”
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในแถลงการณ์ล่าสุดนี้ เกาหลีเหนือเรียกปธน.อีว่า “ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทางการเกาหลีเหนือยอมเรียกชื่อนายอีด้วยตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2568
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การที่เกาหลีเหนือตอบสนองต่อการแสดงความเสียใจเรื่องโดรนอย่างรวดเร็ว ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี แม้จะยังมีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีใต้ก็ตาม
สำหรับต้นเรื่องของกรณีนี้ เกิดจากการที่มีบุคคล 3 ราย ได้แก่ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และนายทหารรายหนึ่ง ถูกสั่งฟ้องดำเนินคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน จากพฤติกรรมส่งโดรนข้ามไปยังฝั่งเกาหลีเหนือในช่วงเดือนกันยายน 2568 ถึงมกราคมที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





