ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมาเลเซียจี้รัฐบาลยกระดับใช้ไบโอดีเซล ตามรอยไทย-อินโดฯ

สมาคมไบโอดีเซลมาเลเซีย (MBA) ออกโรงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเชิงรุกตามแบบอย่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน โดยขอให้เร่งขยายการบังคับใช้สัดส่วนผสมไบโอดีเซลที่สูงขึ้นในโครงการไบโอดีเซลแห่งชาติ ทั้งในภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

สมาคมได้ยกตัวอย่างอินโดนีเซียและไทยที่ประกาศมาตรการขับเคลื่อนโครงการไบโอดีเซลระดับชาติด้วยการเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลให้สูงขึ้น โดยอินโดนีเซียได้ขยับจาก B40 ไปสู่ B50 ในขณะที่ประเทศไทยปรับจาก B5 เป็น B7 และยังขยายการให้บริการ B20 เป็นทางเลือกเพิ่มเติมอีกด้วย

สมาคมไบโอดีเซลมาเลเซียระบุในแถลงการณ์ว่า ในพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับทางเทคนิคอยู่แล้ว รัฐบาลควรเริ่มใช้สัดส่วนผสมไบโอดีเซลที่ระดับ B10 ถึง B20 ทันที

“แม้สมาคมจะตระหนักดีว่าความคืบหน้าในการขยับไปสู่สัดส่วนผสมที่สูงขึ้นนั้น ถูกจำกัดด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงระบบให้เร็วขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับการผสมไบโอดีเซลได้ถึงระดับ B30 ทั่วประเทศ”

นอกจากนี้ สมาคมยังเน้นย้ำว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือกเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ โดยเสนอว่ารัฐบาลควรใช้ความได้เปรียบในฐานะผู้นำด้านการผลิตน้ำมันปาล์ม ส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลนอกเหนือจากโครงการภาคบังคับ ด้วยการยกเว้นภาษีการขาย 10% สำหรับไบโอดีเซล

แถลงการณ์ระบุว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการผลักดันทั้งโครงการภาคบังคับและการใช้โดยสมัครใจ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประหยัดเงินตราต่างประเทศ ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการคลัง ในขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในชนบทด้วย

“วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสให้มาเลเซียได้แสดงความมุ่งมั่นในการใช้โซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้ โดยสมาคมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญระดับชาตินี้” แถลงการณ์ระบุ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)