
ผลสำรวจความเห็นของธนาคารกลางทั่วโลกเกือบ 100 แห่งซึ่งมีทุนสำรองรวมกันกว่า 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ระบุว่า ธนาคารกลางมีความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของโลก
การสำรวจดังกล่าวจัดทำโดย Central Banking Publications ในช่วงเดือนม.ค. – มี.ค. โดยธนาคารกลางเกือบทั้งหมดได้ส่งคำตอบกลับมาก่อนที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ก่อตัวขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว โดยมีชนวนเหตุมาจากข้อพิพาทเรื่องเกาะกรีนแลนด์ ระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์ก เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางเกือบ 70% มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งเข้ามาแทนที่ความกังวลอันดับหนึ่งของปีที่แล้วเรื่องการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังพุ่งขึ้นอย่างมากจากระดับ 35% ในปี 2567 ซึ่งธนาคารกลางระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นความกังวลมากที่สุด โดยในปีดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่สงครามในฉนวนกาซาส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับไร้เสถียรภาพในตะวันออกกลาง
เมื่อพิจารณาถึงมุมมองระยะ 5 ปี ธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจมองว่า อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการบริหารเงินทุนสำรอง โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางเกินครึ่งได้จัดให้ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ
ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์กำลังถูกทดสอบ โดยธนาคารกลาง 16% มองว่าบทบาทของดอลลาร์ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการบริหารเงินทุนสำรองในช่วงเวลา 5 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับเพียง 3% ในปีที่แล้ว และแม้ว่าธนาคารกลางราว 80% ระบุว่า พวกเขาเห็นด้วยหรือเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยอันดับหนึ่งของโลก แต่ก็มีธนาคารกลางหลายรายระบุว่าอิทธิพลของดอลลาร์กำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนม.ค. 2568 จนถึงปีนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงกว่า 12% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน แม้ว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ 1 ใน 3 นับจากนั้นก็ตาม
ในทางตรงกันข้าม ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยธนาคารกลางเกือบ 3 ใน 4 รายงานการถือครองทองคำในทุนสำรอง ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว ขณะที่เกือบ 40% ระบุว่ากำลังพิจารณาที่จะเพิ่มการถือครองทองคำในระบบทุนสำรอง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)





