
สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ารถยนต์ของอังกฤษ (SMMT) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ของอังกฤษในเดือนมี.ค. พุ่งทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 แต่ยอดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่เดือนมี.ค. แตะ 380,627 คัน เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นยอดขายที่สูงสุดของเดือนมี.ค. และยอดขายรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562
รายงานระบุว่า การเติบโตส่วนใหญ่เกิดจากความต้องการของภาคเอกชน โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ของบุคคลทั่วไป เพิ่มขึ้น 10.1% แตะ 162,470 คัน ส่วนการจดทะเบียนรถใหม่ที่ซื้อโดยองค์กรหรือบริษัทเป็นจำนวนหลายคัน เพิ่มขึ้น 3.5% แตะ 208,853 คัน และยอดจดทะเบียนของธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 18.8% แม้เพิ่มขึ้นจากฐานที่ค่อนข้างต่ำ
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทุบสถิติรายเดือนสูงสุดแตะ 196,059 คัน สะท้อนการลงทุนของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในการลดคาร์บอน โดยรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้น 24.2% แตะ 86,120 คัน ขณะที่รถปลั๊กอินไฮบริดทะยาน 46.9% และรถไฮบริดเพิ่มขึ้น 7.3%
อย่างไรก็ตาม ยอดขาย BEV มีสัดส่วนเพียง 22.6% ของตลาดในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ที่ 33% ภายใต้มาตราการผลิตยานยนต์ภายในประเทศเป็นยานยนต์ไร้มลพิษ (ZEV) สำหรับปี 2569
SMMT ระบุว่า ยอด EV ต่ำกว่าเป้านั้นสะท้อนแรงกดดันต่อผู้ผลิต ซึ่งต้องเผชิญต้นทุนแบตเตอรี่สูงกว่าที่คาด ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และยังต้องพึ่งพาการให้ส่วนลดเพื่อกระตุ้นยอดขาย
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ต้นทุนแบตเตอรี่สูงกว่าที่คาดมากกว่า 30% ราคาพลังงานภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าปี 2564 ราว 80% ขณะที่ค่าใช้จ่ายการชาร์จสาธารณะยังสูงกว่าระดับเมื่อ 5 ปีก่อนมากกว่า 140%
ทั้งนี้ สมาคมฯ ยังเตือนว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน อาจกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภค เพิ่มต้นทุนค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายในห่วงโซ่อุปทาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)





