แบงก์ชาติอินเดียคงดอกเบี้ยที่ 5.25% กังวลสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อสูง

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25% ในการประชุมวันนี้ (8 เม.ย.) ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากเศรษฐกิจอินเดียที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งช่วยเปิดทางให้ RBI สามารถดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินต่อไปได้ในช่วงเวลาที่สงครามอิหร่านทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

ซานเจย์ มาลโฮตรา ผู้ว่าการ RBI ระบุในแถลงการณ์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ RBI มีความเห็นว่า ความรุนแรงและระยะเวลาของสงครามอิหร่าน ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและด้านอื่น ๆ ที่ตามมานั้น ถือเป็นความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย

อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของอินเดียพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.21% ในเดือนก.พ. ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน จากระดับ 2.75% ในเดือนม.ค. โดยถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของอินเดียเติบโตแข็งแกร่ง 7.8% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วกว่าคาด แต่สงครามอิหร่านกำลังฉุดรั้งให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลง

ความขัดแย้งดังกล่าว ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผลักดันให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งพุ่งขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในขณะที่อิหร่านตกลงที่จะเปิดทางให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างปลอดภัย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)