บอร์ดตลาดทุนไฟเขียวออกเกณฑ์ Bond สีเหลืองปลดล็อกอุตฯหนักระดมทุน-จ่อเฮียริ่ง”คริปโทฯ ETF”

คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand Amber Bond) สนับสนุนการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ออกตราสารหนี้ในการระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน หรือกิจกรรมสีเหลือง (amber) ตามมาตรฐานนิยามและหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งจะช่วยเอื้อให้เกิดผล (impact) เชิงบวก พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนในตลาดทุน โดยยังคงหลักการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกันในทุกตราสาร เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามที่ ก.ล.ต. เสนอ โดย ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับการออกหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวต่อไป

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ก.ล.ต.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond เพื่อช่วยให้บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมของไทยมีทางเลือกในการระดมทุนปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้จริง

นอกจากนี้ ในเดือน เม.ย.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการสำหรับคริปโทฯ ETF ซึ่งจะครอบคุลมถึงรายย่อย โดยจะต้องระบุความเสี่ยงให้ชัดเจน คาดว่าจะออกมาบังคับใช้ภายในไตรมาส 3/69

นายเอนก กล่าวว่า นับตั้งแต่ ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับตราสารหนี้ด้านความยั่งยืนในปี 62 ตลาดมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการเสนอขาย ESG Bond รวมมูลค่า 1.15 ล้านล้านบาท และในช่วง 5 ปีหลังนี้มีพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ปัจจุบันตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ:

– กลุ่มเน้นวัตถุประสงค์โครงการ ได้แก่ Green Bond , Social Bond และ Sustainability Bond

– กลุ่มเน้นเป้าหมายองค์กร คือ Sustainability-Linked Bond (SLB)

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาภาคธุรกิจที่ออก Green Bond ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอยู่แล้ว แต่มีช่องว่างสำคัญคือกลุ่มอุตสาหกรรมหนักหรืออุตสาหกรรมพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซ ที่แม้จะพยายามปรับปรุงกระบวนการให้สะอาดขึ้น แต่ยังไม่สะอาดพอที่จะเรียกว่าเป็น Green ได้เต็มตัว ทำให้เข้าไม่ถึง Green Bond

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนมี.ค.69 คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ประเภทใหม่ เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว Transition Bond ออกแบบมาเพื่อกิจการที่ต้องการเงินทุนไปปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจจากแบบดั้งเดิมไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้น (Transition) และ ตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองเป็นการระดมทุนตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจริง ไม่ใช่การฟอกเขียว (Greenwashing)

ก.ล.ต. กำหนดเงื่อนไขดังนี้ วัตถุประสงค์ชัดเจน ต้องระบุแผนการระดมทุนที่ชัดเจนและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านที่ตรวจสอบได้ รวมทั้งภายหลังเสนอขายต้องมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน และต้องมีผู้ทวนสอบอิสระ กรณีเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป หรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) ต้องมีหน่วยงานภายนอกมาตรวจสอบและยืนยันมาตรฐานว่าบริษัทปฏิบัติตามแผนได้จริง

ขณะที่ตราสารหนี้ประเภทใหม่กลุ่มนี้จะสามารถนับรวมเป็นสินทรัพย์ที่ ESG Fund (Thai ESG) เข้าลงทุนได้ เนื่องจากถูกจัดอยู่ในกลุ่มความยั่งยืนเช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าประเด็นสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงคาร์บอนเครดิต ล่าสุด ก.ล.ต. เห็นชอบซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต เป็นสินค้าอ้างอิงตามพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ระยะต่อไปตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) ต้องพัฒนาสเปคสินค้าในการซื้อขาย ทั้งสินค้าอ้างอิง มูลค่าการซื้อขาย การวางมาร์จิ้น เมื่อเสร็จแล้วต้องมาขอความเห็นชอบจากก.ล.ต. เพื่อให้สามารถซื้อขายสินค้าใหม่นี้ได้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)

ข่าวล่าสุด