
สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (9 เม.ย.) ว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโควิด-19
ดัชนีความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายคน ลดลงสู่ระดับ 33.3 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 39.7 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2563 ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อในอีก 1 ปีข้างหน้า พุ่งขึ้นแตะระดับ 93.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2568
ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ซึ่งความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงอาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลงด้วย
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างรุนแรง เนื่องจากญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรธรรมชาติจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และคาดว่าผลกระทบอาจรุนแรงขึ้นอีกหากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ในช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินในญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ก่อนที่จะปรับลดลงเล็กน้อยเนื่องจากนโยบายอุดหนุนของรัฐบาล
ส่วนรายงานอีกฉบับของสำนักงานคณะรัฐมนตรีซึ่งเผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า มุมมองที่ผู้ประกอบการมีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้น ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 69)





