BAM พลิกเกมปรับกลยุทธ์นำ NPA ปล่อยเช่ารับมือกำลังซื้ออ่อนแรง-อัดงบเพิ่มอีก 2 เท่าช้อนซื้อ NPL

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ [BAM] กล่าวว่า จากสถาการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูงขึ้นจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น และส่งผลมาถึงกำลังซื้อชะลอตัวลง ทำให้ BAM ปรับกลยุทธ์การจำหน่ายทรัพย์รอการขาย (NPA) เปลี่ยนมาเป็นการให้เช่าระยะยาว (Long Lease) มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับภาวะในปัจจุบัน ที่ผู้ซื้ออาจจะชะลอการซื้อทรัพย์มาเป็นเจ้าของเอง และสถาบันการเงินก็ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงวัตถุประสงค์ของ BAM ที่อยากให้ลูกค้าหลุดพ้นวงจรการเป็นหนี้ และช่วยสร้าง Passive income ให้กับลูกค้าได้

กลยุทธ์การนำทรัพย์ออกมาให้เช่านำร่องจาก “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการ ฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยที่มีการนำบ้านพระพิทักษ์มานำเสนอในรูปแบบของการปล่อยเช่าระยะยาว 30-50 ปี ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีความสนใจเข้ามาพัฒนาต่อยอดและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจ 3 ราย อัตราค่าเช่าราว 80,000 บาท/เดือน

รูปแบบโครงการดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการในปัจจุบันที่มองหาโอกาสในการสร้างมูลค่าของสินทรัพย์ แต่ไม่ต้องการเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ และ BAM สามารถสร้างรายได้ประจำจากค่าเช่าเข้ามาเสริม โดยที่ยังมีทรัพย์ในรูปแบบดังกล่าวอยู่ 4 รายการที่จะนำเข้า “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการ ฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ตรัง และกรุงเทพฯ มูลค่ารวมราว 100 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน BAM ยังมี NPA ที่เป็นโรงแรม ซึ่งจะทยอยนำออกมานำเสนอให้กับผู้ประกอบการที่สนใจในรูปแบบการให้เช่าเช่นเดียวกัน แต่ระยะเวลาการเช่าอาจจยาวกว่า 3 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถให้ผู้ประกอบการทดลองเริ่มธุรกิจโรงแรมได้ รวมถึงการที่ขยายไปสู่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่มองหาการสร้าง Passive income รายเดือน ซึ่ง BAM มี NPA ที่เป็นห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่สามารถปล่อยเช่าได้ โดยโมเดลของ BAM จะเป็นการนำห้องชุดมานำเสนอกับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจ เป็นห้องชุดพักอาศัยพร้อมผู้เช่า และรับดูแลบริหารให้ 1 ปี และหักค่าใช้จ่ายจากรายได้ค่าเช่าบางส่วน ทำให้ทั้ง BAM และนักลงทุนรายย่อยสามารถได้รับ Passive income ไปพร้อมกัน โดยที่นักลงทุนไม่ต้องสร้างภาระหนี้สินผูกพันระยะยาว

“การปรับกลยุทธ์ธุรกิจของ BAM ในการนำทรัพย์มาให้เช่าลักษณะ Lone Lease เพื่อเป็นการร่วมกันสร้าง Passive income และทำให้ลูกค้าของ BAM ไม่ต้องกลับมาสู่วงจรหนี้ เพราะอย่างตอนช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าที่ซื้อไปเขากำลังจ่ายไม่ไหว ก็กลับมาเป็น NPL อีก เราไม่อยากเห็นแบบนี้ ทำให้วันนี้ต้องคิดต่างออกไปจากเมื่อก่อน BAM สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้จากทรัพย์ของเราได้ ทำให้เราเองต้องมองตัวเองเปลี่ยนเป็นกองทุนที่บริหารจัดการสินทรัพย์” นายรักษ์ กล่าว

นายรักษ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและผันผวนในปัจจุบัน ทำให้การพูดคุยเกี่ยวกับการร่วมทุนในรูปแบบ JV AMC กับพันธมิตรมีมุมมองและความต้องการเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยพันธมิตรต้องการทำควบคู่ทั้ง JV AMC และการขายหนี้ออกไป แต่หลังจากเกิดสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ความสนใจของพันธมิตรเอนเอียงไปทางการขายหนี้ออกไปมากกว่า เพื่อลด NPL ทันที ส่งผลให้แนวโน้มที่ปริมาณหนี้ NPL ที่สถาบันการเงินจะขายมีปริมาณเพิ่มขึ้น BAM จึงเตรียมปรับเพิ่มงบลงทุนรองรับการซื้อหนี้ในปีนี้เป็น 1.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 5 พันล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงาน BAM ในช่วงไตรมาส 1/69 ผลเรียกเก็บยังทรงตัวจากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะยังไม่มีผลกระทบด้านค่าครองชีพต่อการชำระหนี้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในไตรมาส 2/69 บริษัทยังติดตามสถานการณ์ของการจัดเก็บหนี้ แต่คาดว่าหากลดลงก็คงไม่มาก

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมั่นใจว่าภาพรวมของผลการดำเนินงานของ BAM จะเห็นการเติบโตที่โดดเด่นในครึ่งปีหลังของปี 69 เพราะจะเป็นช่วงที่บริษัทเริ่มเห็นดอกผลที่กลับเข้ามาจากการร่วมมือกับพันธมิตรในปีก่อน ได้แก่ การร่วมมือกับบมจ.วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์, บมจ.บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป [BKA] และบมจ.ไซมิส แอสเสท [SA]

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 69)