
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ว่า เขาจะพิจารณาการเดินทางไปเยือนปากีสถานหากสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ได้
ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว ณ ทำเนียบขาวว่า “ผมจะไปเยือนปากีสถาน ใช่ ถ้ามีการลงนามข้อตกลงในอิสลามาบัด ผมก็อาจจะไปที่นั่น”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าทั้งสองฝ่าย “อาจจะ” หวนคืนสู่โต๊ะเจรจาแบบพบหน้ากันอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้
ทรัมป์กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ว่าเราจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน และมันจะต้องเป็นข้อตกลงที่ดี เป็นข้อตกลงที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เราเห็นพ้องกับอิหร่านในหลายเรื่อง”
ทรัมป์ระบุว่า เขาอาจไม่จำเป็นต้องขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์กับอิหร่าน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า
“เราทำได้ดี ผมบอกได้เลย ผมไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องต่อเวลาหยุดยิงต่อไปหรือไม่”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับกำหนดระยะเวลา 20 ปีของสหรัฐฯ ในการระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน
“เรามีถ้อยแถลงที่หนักแน่นมากกว่านั้น พวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เกินกว่า 20 ปี หรือตลอดไป พวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์แน่ และไม่ใช่แค่เพียงข้อจำกัด 20 ปีเท่านั้น” ทรัมป์ระบุ
ทรัมป์ยังอ้างอีกว่า อิหร่าน “ตกลงที่จะคืนฝุ่นนิวเคลียร์ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินให้กับเรา อันเนื่องมาจากการโจมตีด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น B2 ของเรา” ซึ่งเป็นการสื่อถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ย้ำเตือนถึงการใช้มาตรการตอบโต้ด้วยการทิ้งระเบิดอีกครั้ง หากการเจรจาล้มเหลว พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “หากไม่มีข้อตกลง การสู้รบจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)





