COCOCO เสิร์ฟหุ้นกู้ 2 ชุด อายุ 2-3 ปี วงเงินไม่เกิน 500 ลบ.ดอกเบี้ย 4.85-5.05% เปิดจอง 27–29 เม.ย.

นายวรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทย โคโคนัท [COCOCO] เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ นับ 1 แบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 27-29 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2571 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.85% ต่อปี

2. ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2572 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.05% ต่อปี

โดยมีราคาเสนอขายหุ้นกู้หน่วยละ 1,000 บาท ทั้งนี้ จำนวนของหุ้นกู้ที่เสนอขายทั้งสองชุดมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 500,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 500,000,000 บาท

วัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อใช้ในการซื้อทรัพย์สิน หรือเงินทุนหมุนเวียนระยะยาว หรือใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เช่น การซื้อวัตถุดิบ สินค้าคงคลัง รวมถึงใช้เพื่อการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายกะทิน้ำมะพร้าว ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจาก ผลไม้ไทย และขนมหวานไทยแช่แข็ง ซึ่งเป็นธุรกิจของผู้ออกหุ้นกู้และบริษัทในกลุ่ม

บริษัทหลักทรัพย์ผู้จัดจำหน่าย 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

นายวรวัฒน์ กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ COCOCO ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ

บริษัทมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งศักยภาพการผลิต มาตรฐานสินค้า และกลุ่มลูกค้าในระดับสากล ประกอบกับแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ทำให้บริษัทมีโอกาสขยายธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว ในปัจจุบัน บริษัทเป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

บริษัทมีทีมงานวิจัยเพื่อคิดค้นสูตรการผลิตสินค้าด้วยตนเองหรือร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงสูตรการผลิตสินค้ากับลูกค้า และให้ความสำคัญในคุณภาพของสินค้าโดยควบคุมการผลิตตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบหลัก คือ เนื้อมะพร้าวขาวและน้ำมะพร้าว การขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน ขั้นตอนการผลิตที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ การจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป การบรรจุหีบห่อ และการจัดส่งสินค้าได้ตรงตามคุณภาพและเวลาที่ลูกค้าต้องการ

นอกจากนี้ บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนใกล้เคียง เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยบริษัทมุ่งเน้นการสร้างอาชีพให้กับชุมชนโดยมีการว่าจ้างคนในท้องถิ่นเป็นพนักงานของบริษัทและส่งเสริมคนในชุมชนในการปลูกมะพร้าว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวและสามารถเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบัน บริษัทมีบริษัทย่อยจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ (1) บริษัท ไทย ออซัม จำกัด (TAS) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขและแมวจากวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานสากลและผลิตด้วยการใช้นวัตกรรมที่หลากหลายที่มุ่งเน้นการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพแก่สัตว์เลี้ยง ภายใต้ตราสินค้า “Moochie” “Munnchie” และ “VetMoo+” (2) บริษัทไทย พรีเมียม สตรีท ฟู้ด จำกัด (TPF) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจากผลไม้ไทย และขนมหวานไทยแช่แข็งภายใต้แบรนด์ของบริษัท ได้แก่ “Thai Coco” “Coco Buri” และ “SALA” รวมถึงการผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (OEM)

และ (3) NOVOCOCONUT INC. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฟิลิปปินส์ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ต่าง ๆ เช่น กะทิกระป๋อง กะทิพาสเจอร์ไรส์ น้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง น้ำมะพร้าวพาสเจอร์ไรส์ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ขนมมะพร้าว เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตให้สอดคล้องกับการขยายตัวของคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ส่วนแผนธุรกิจในปี 69 บริษัทจะยังคงยึดกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ มุ่งสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างอัตรากำไรในระยะยาว พร้อมทั้งต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ COCOCO ย้ำเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)