
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น [SSP] เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 4,976,142,536 เยน หรือเทียบเท่ากับ 1,001,304,377 บาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/69
ธุรกรรมครั้งนี้ส่งผลให้ SSP รับรู้กระแสเงินสดกลับเข้ามาทันทีราว 1 พันล้านบาท ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ สอดรับกับแผนการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น
ภายหลังจากการขายโครงการยามากะ SSP ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นอีก 3 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 56.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญา PPA 36 Yen/kWh เช่นเดียวกัน และเมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อีก 276.8 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย SSP จะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 332.8 เมกะวัตต์
ในไตรมาส 4/69 บริษัทยังตั้งเป้า COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาด 19.8 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยอีก 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146.2 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคต
ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4,000 ล้านบาท ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจจากวิกฤตพลังงานที่ขาดแคลน และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมทั้งด้านแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





