
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [BTS] กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ภายใต้โครงการ “บ้านชาวไทย” อย่างต่อเนื่อง หลังจาก 2 โครงการแรกได้รับการตอบรับดี โดยภายใน 1 เดือนข้างหน้าจะเปิดตัวคอนโดฯใหม่ทำเลในกรุงเทพฯ และหากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางไม่ลุกลามและผ่อนคลายลงก็จะเปิดตัวโครงการในต่างจังหวัดด้วย แต่หากสงครามลุกลามก็จะชะลอออกไปก่อน ซึ่งตามแผนงาน BTS จะขยายโครงการบ้านชาวไทยรูปแบบคอนโดฯหรือบ้านกระจายไปทั่วประเทศทั้งบนที่ดินของ BTS เองและซื้อเข้ามาใหม่
สำหรับโครงการที่เปิดตัวไปแล้ว คือ โครงการ D:CODE SRI NAKARIN และ โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG รวมกันมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท
แม้ว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกลางในขณะนี้จะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้น แต่ BTS จะยังคงราคาขายเดิมแน่นอน แม้กำไรอาจจะลดลงไปบ้าง นอกจากจะเกิดสงครามใหญ่ถึงขนาดที่ทำให้นำเข้าวัตถุดิบมาไม่ได้ เพราะมีความตั้งใจที่จะทำบ้านให้กับคนไทยที่ต้องการที่อยู่อาศัยโดยไม่ต้องแบกภาระ 2 ทาง คือค่าเช่าบ้านและค่าผ่อนดาวน์ (บ้านใหม่) ขณะที่การซื้อคอนโดในโครงการบ้านชาวไทย ผู้ได้รับสิทธิสามารถเข้าอยู่ได้เพราะมีเฟอร์นิเจอร์พร้อม จ่ายค่าเช่าไปจนถึงวันโอนกรรมสิทธิก็สามารถนำค่าเช่าเป็นเงินก้อนมาจ่ายและผ่อนชำระกับธนาคารต่อไป
นายคีรี อธิบายว่า BTS ได้ใช้กลยุทธ์ร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับการก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหากมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวจำนวนมากก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนการก่อสร้างไม่สูง ซึ่ง BTS ได้เตรียมพร้อมเรื่องนี้มานานแล้ว และมีความตั้งใจที่ส่งต่อบ้านให้ชาวไทยได้บ้านที่มีคุณภาพเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือระดับกลาง กลุ่มนักศึกษา กลุ่ม First Jobber
“ผมเชื่อว่าทุกธุรกิจ มันต้องมีกำไร แต่เมื่อมีวิกฤต มีสงคราม ทุกอย่างแพงหมด ผมก็เห็นว่ามาร์จิ้นของเรา ลดส่วนกำไรลงมาหน่อยก็สามารถช่วยผู้ที่อยากได้บ้านให้เขามีความสุข เรายังกำไรอยู่แต่ลดน้อยลง…ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นเรายังรับได้ ผมจะทำจำนวนมากไปทั้งประเทศ ดังนั้นผมมีการลงทุนด้านการผลิตวัสดุก่อสร้าง และจำนวนที่เราใช้ตัวเลขใหญ่มาก ต้นทุนเราก็ไม่มาก นอกจากจะมีสงครามใหญ่”นายคีรี กล่าว
นายคีรี กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทย D:CODE SRI NAKARIN เป็นโลเคชันแรกที่ได้เปิดตัวไปได้รับผลตอบรับดีมาก โดยมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนจองสิทธิเป็นจำนวนมาก เกินกว่าจำนวนยูนิตที่มีอยู่ 3 เท่าตัวที่ปิดการจองเมื่อ 20 ก.พ.69 หากยังเปิดจองอยู่ก็เชื่อว่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ ทำให้เข้าสู่กระบวนการการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิฯ ในวันนี้
สำหรับการจัดสรรสิทธิมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT, พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล, รศ.ศุภศิษฏ์ ทวีแจ่มทรัพย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.คมน์ พันธรักษ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นอกจากนี้ นายยอดยิ่ง ชุมแสง ณ อยุธยา อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ได้ร่วมตรวจสอบระบบการคัดเลือกและจัดสรรสิทธิในครั้งนี้ก่อนเริ่มกระบวนการเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัย

กระบวนการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิการจองฯ ดำเนินด้วยวิธีการคัดสรรผ่านโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ โดย 1 ท่านจะมีสิทธิ 1 สิทธิ ตามประเภทของห้องชุดที่ผู้สนใจได้เลือกในขั้นตอนการลงทะเบียนจอง (ประมาณ 30 ตร.ม., ประมาณ 45 ตร.ม. และประมาณ 60 ตร.ม.) ทั้งแบบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ (Pet Friendly) และแบบไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง (Non-Pet Friendly) แบ่งเป็นผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิ 1 ราย ต่อ 1 หมายเลขจัดสรรสิทธิของห้องชุดแต่ละประเภท และผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) จำนวน 2 ลำดับ สำหรับหมายเลขการจัดสรรสิทธินั้น
หากผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิ สละสิทธิ หรือเสียสิทธิ เช่น ไม่ผ่านการพิจารณาความสามารถทางการเงิน ผู้ได้รับการคัดเลือก (ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3) ในหมายเลขจัดสรรสิทธิหมายเลขเดียวกัน จะได้รับจัดสรรสิทธิแทนตามลำดับ แต่จะต้องผ่านการพิจารณาความสามารถทางการเงินและได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดด้วย
ทั้งนี้ โครงการ D:CODE SRI NAKARIN จะเริ่มก่อสร้างกลางปี 69 และทยอยเข้าอยู่ได้ก่อนกลางปี 71 ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิได้ทางเว็บไซต์ www.baan-chaothai.com ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนโครงการที่สองคือ โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG ที่มีการเปิดตัวห้องชุดไซส์ใหม่ “FRESHii” ขนาด 25 ตารางเมตร เอาใจนักศึกษาและผู้ที่ต้องการห้องขนาดกระทัดรัด ราคาเริ่มต้น 1,299,000 ล้านบาท เริ่มผ่อน 4,500 บาท ต่อเดือน (โดยเงื่อนไขการผ่อนอาจเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคาร) เพิ่มเติมจากเดิมที่มี 3 ขนาด ได้แก่ ห้องชุด พื้นที่ประมาณ 30 ตร.ม., ประมาณ 45 ตร.ม. และประมาณ 60 ตร.ม. โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนจองสิทธิมากกว่า 1 เท่าของจำนวน 4,150 ห้อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





