
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินนโยบายตั๋วร่วม และค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ ว่า กระทรวงคมนาคม จะผลักดันเรื่องตั๋วร่วม ค่าโดยสารร่วม โดยจะเริ่มให้ใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสาย ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ และพ.ร.บ.ขนส่งทางราง ประกาศใช้แล้ว รอการจัดทำกฎหมายลูกประกอบ ซึ่งจะเร่งนำกฎหมายลูกเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
รวมถึงการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานเดียวในการบริหารจัดการรถไฟฟ้า หรือ Single Ownership โดยจะเริ่มการเจรจาซื้อคืนสัมปทานกับเอกชนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ สำหรับอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมหรือการจะกำหนดเป็นโซนพื้นที่นั้น กรมราง และ รฟม.อยู่ระหว่างศึกษา และตั้งเป้าว่าจะให้สามารถใช้บัตร EMV เป็นตั๋วร่วมเดินทางในทุกระบบ โดยขยายจากระบบรางไปยังรถเมล์ และเรือโดยสาร เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2570
โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูก ภายใต้ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่ดำเนินการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ที่มีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นผู้ดำเนินการ หลัง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว
โดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) คาดว่ากระบวนการร่างกฎหมายลูก ประกอบ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม มีกฎหมายลูก 21 ฉบับ แบ่งเป็น กฎกระทรวง ระเบียบ และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) บังคับให้ระบบขนส่งทุกประเภทมา อยู่ภายใต้ตั๋วร่วม
ส่วน พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฯ มี กฎหมายลูก 77 ฉบับ โดยกรมราง รายงานว่าวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง (บอร์ดนโยบายขนส่งทางรางฯ) นัดแรก มีวาระการหารือที่สามารถประกาศให้มีผลทันที หลังรมว.คมนาคม ลงนาม เช่น ห้ามเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน, กำหนดการเว้นค่าโดยสารให้เด็กเล็ก เดิมกำหนดความสูงไม่เกิน 90 ซม. ปรับเปลี่ยนเป็นเกณฑ์อายุไม่เกิน 7 ปี และปรับส่วนสูงเป็นไม่เกิน 120 ซม., ผู้สูงอายุลดค่าโดยสารครึ่งราคา และผู้พิการใช้บริการฟรี รวมถึงการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท/คน
ทั้งนี้ หลังจากที่กฎหมายแล้วเสร็จ จะไปสู่ขั้นตอนการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม โดยหน่วยงานคู่สัญญา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะเริ่มกระบวนการเจรจากับเอกชน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)





