
นายกัมพล สุภาแพ่ง สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เปิดเผย ว่า วานนี้ (20 เม.ย.) ตนได้ยื่นเรื่องขอถอนวาระการพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย หลังเห็นว่าการนำรายงานเข้าสภาในช่วงเวลานี้ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมวงกว้าง
นายกัมพล กล่าวว่า การจัดทำรายงานดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการขอขึ้นค่าแรง งบประมาณการดูแลผู้สูงอายุ สาธารณูปโภค สวัสดิการการรักษาพยาบาล ที่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการเพียงพอ จึงมีข้อเสนอแนะให้กมธ.เศรษฐกิจฯ ศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งได้มีการศึกษาข้อมูลทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตอย่างครอบคลุม และหลังจากรายงานเสร็จสิ้นก็เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งในการศึกษาเป็นการเพิ่ม VAT แบบขั้นบันได เช่น ปีละ 1% 3 ปีก็ 3% โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้ ขณะเดียวกัน วุฒิสภาก็ไม่มีหน้าที่ไปสั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการตามรายงาน เพียงแต่ในอำนาจหน้าที่ของกมธ.เศรษฐกิจ ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเท่านั้น ดังนั้น หากรัฐบาลจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร
“บางทีอ่านรายงานไม่ละเอียด พูดว่าขึ้น 10% ถ้าเป็นผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่เอา เพราะผมก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ทุกวันนี้ก็เสียภาษีเยอะ เราทำเป็นเพียงรายงานเพื่อต่อไปในอนาคตเราพร้อม แต่บังเอิญมาตรงกลับสงครามตะวันออกกลาง แล้วเอาเข้ามาในสภาใหญ่ ทั้งที่รายงานฉบับนี้ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมก็เลยงง เพราะเพิ่งรู้เมื่อวาน” นายกัมพล กล่าว
นายกัมพล ระบุว่า รายงานนี้จะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ที่ประเทศมีความพร้อม ประชาชนอยู่ดีกินดีแล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งในรายงานมีการศึกษาเปรียบเทียบภาษีของแต่ละประเทศ โดยประเทศเมียนมา VAT อยู่ที่ 5% ประเทศไทย 7% นอกนั้นประเทศในอาเซียนสูงกว่าประเทศไทยทั้งหมด สูงสุด 14% พร้อมยืนยันว่า รายงานการขึ้นภาษีไม่ได้เกี่ยวข้องกับพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท แต่บังเอิญรายงานฉบับนี้เข้าวาระการประชุมวุฒิสภาในจังหวะที่ไม่ดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)





