ไทยยังเกินดุลกัมพูชา แม้เจอกระแสแบนสินค้า-ยอดนำเข้าวูบกว่า 40%

กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (GDCE) เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าระหว่างกัมพูชากับไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 696.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงถึง 39.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีกระแสแบนสินค้าไทยในกัมพูชาและจำกัดการผ่านเข้า-ออกบริเวณพรมแดนทางบกอันเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า กัมพูชานำเข้าสินค้าจากไทยคิดเป็นมูลค่า 514.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 42.4% จากเดิมที่เคยทำได้ 893.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2568 ในขณะที่ฝั่งการส่งออกจากกัมพูชามายังไทยนั้น มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 181.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 29% จาก 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับว่าไทยยังคงเกินดุลการค้าอย่างมีนัยสำคัญ

ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดการปิดด่านพรมแดนทางบก ทำให้การค้าระหว่างกัมพูชาและไทยต้องปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางทางน้ำและทางอากาศ โดยปัจจุบันสินค้าส่วนใหญ่ถูกลำเลียงผ่านเรือเป็นหลัก

นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง กัมพูชาได้ยุติการนำเข้าพลังงานจากไทย และหันไปซื้อน้ำมันและเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นแทน โดยยอดการนำเข้าจากสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นถึง 191.8% และจากมาเลเซียเพิ่มขึ้น 49.6%

นอกเหนือจากสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว มีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลกัมพูชาจะหันไปเพิ่มมูลค่าการค้ากับเวียดนามแทน เพื่อชดเชยส่วนที่หายไปจากไทย แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน การค้าระหว่างกัมพูชากับเวียดนามกลับลดลงจาก 2.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 2.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหดตัวลง 3.2%

ทั้งนี้ มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชาลดลงในระดับปานกลางแม้จะมีกระแสแบนสินค้าไทยในกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไปได้

สำนักข่าวขแมร์ ไทม์ส (Khmer Times) รายงานโดยอ้างบทสัมภาษณ์นายกสมาคมธุรกิจนายหน้าและห่วงโซ่อุปทานโลจิสติกส์ในกัมพูชา (LOSCBA) ว่า ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคและกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง โดยสินค้าขั้นกลางและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมถูกผลิตในไทย ก่อนจะส่งออกมาแปรรูปหรือประกอบขั้นสุดท้ายในกัมพูชา

นายกสมาคมฯ อธิบายว่า การคว่ำบาตรสินค้าไทยในกัมพูชานั้น ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น อาหารแปรรูป เครื่องสำอาง และของใช้ส่วนตัว แต่กลุ่มสินค้าประเภทวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปยังคงมีการไหลเวียนผ่านห่วงโซ่อุปทานเดิม ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงประคองตัวอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดบริเวณชายแดนยังคงยืดเยื้อต่อไป ก็อาจจะส่งผลให้มูลค่าการค้ารวมระหว่างสองประเทศค่อย ๆ ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)

ข่าวล่าสุด