น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $3.29 รับสต็อกเบนซินลดลง-เจรจาสันติภาพไม่แน่นอน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีเรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.67% ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 3.43 ดอลลาร์ หรือ 3.48% ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังจากมีรายงานว่า เรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ ขณะที่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ยึดเรือ 2 ลำ โดยอ้างว่าเรือเหล่านี้ละเมิดกฎหมายทางทะเล และได้ทำการเคลื่อนย้ายเรือไปยังชายฝั่งของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ และอิหร่านเดินหน้าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม โดยคำประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์จะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ปรากฏตัวในการเจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน สะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามยังคงไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐฯ แฝงไปด้วยเป้าหมายในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่ได้ลดระดับกำลังทหารในภูมิภาค โดยสื่อรายงานว่า สหรัฐฯ ยังคงวางกำลังทางเรือและลาดตระเวนในอ่าวเปอร์เซียต่อไป รวมทั้งเพิ่มกำลังทหารมากขึ้นแม้ในช่วงเวลาหยุดยิง ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการคงแรงกดดันและรักษาทางเลือกทางการทหาร

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านกล่าวเมื่อวันพุธว่า การหยุดยิงที่สมบูรณ์จะมีผลก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน พร้อมกับกล่าวว่า การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากสหรัฐฯ ยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเช่นนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)