
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (24 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพรอบใหม่เพื่อยุติสงคราม ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด และผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น แม้ว่าในด้านของอิสราเอลและเลบานอนได้มีการบรรลุข้อตกลงขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ก็ตาม
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 59,407.44 จุด เพิ่มขึ้น 267.21 จุด หรือ +0.45%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,733.61 จุด ลดลง 181.59 จุด หรือ -0.70% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,081.03 จุด ลดลง 12.22 จุด หรือ -0.30%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.23% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.29%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ หลังจากทั้งสองฝ่ายพบปะกันที่ทำเนียบขาวร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอน
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 1% และราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันพฤหัสบดี หลังจากสถานีวิทยุของอิสราเอลรายงานว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ลาออกจากการเป็นผู้นำคณะเจรจาสันติภาพ สะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงไร้ทิศทาง
ด้านสำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่งของอิหร่านได้ยิงสกัดเป้าหมาย หลังตรวจพบโดรนขนาดเล็กบินเหนือน่านฟ้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)





