
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนพุ่งขึ้น 15.8% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) ที่ปรับตัวขึ้น 15.2%
ส่วนตลอดไตรมาส 1/2569 กำไรของภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 15.5% ทำสถิติเติบโตรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กำไรของภาคอุตสาหกรรมจีนยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางทำให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะชะงักงันและส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ กำไรของภาคอุตสาหกรรมจีนสามารถปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งกดดันอัตรากำไรของผู้ผลิตที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายงานที่ NBS เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565 บ่งชี้ถึงการสิ้นสุดภาวะเงินฝืดที่จีนเผชิญมาเป็นเวลานานหลายสิบปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)





