
บรรดาผู้นำโลกต่างแสดงความตกตะลึงพร้อมส่งข้อความให้กำลังใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนบุกงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันเสาร์ (26 เม.ย.) หรือตรงกับช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาไทย ก่อนชายคนดังกล่าวจะถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขารวบตัวเอาไว้ได้บริเวณจุดตรวจรักษาความปลอดภัย
ปธน.ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ และสมาชิกคณะรัฐมนตรีได้รับการอพยพออกจากงานดังกล่าวอย่างปลอดภัย ก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะกล่าวกับนักข่าวระหว่างการแถลงข่าว ณ ทำเนียบขาวว่า “เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถูกยิง แต่รอดชีวิตมาได้ เพราะเขาสวมเสื้อเกราะกันกระสุนคุณภาพเยี่ยม”
ส่วนผู้ก่อเหตุซึ่งถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าชื่อ โคล อัลเลน อายุ 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อสอบสวน
ผู้นำโลกส่งกำลังใจ ลั่น “ความรุนแรงไม่มีที่ยืน”
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ตนรู้สึก “ตกใจ” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง โดยระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า “การโจมตีสถาบันประชาธิปไตยหรือเสรีภาพสื่อทุกรูปแบบ ต้องถูกประณามด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ด้านเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งกำลังทำหน้าที่คนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กล่าวว่า เขาตกตะลึงต่อเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยเขาโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ว่า “ผมรู้สึกโล่งใจที่ทราบว่า ปธน.ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และผู้เข้าร่วมงานคนอื่น ๆ ปลอดภัย ผมขอส่งกำลังใจและคำอธิษฐานไปยังท่าน และขอให้ความปลอดภัยและความผาสุกจงอยู่กับท่าน”
ขณะที่ผู้นำจากสหภาพยุโรป (EU) ต่างมีปฏิกิริยาไปในทิศทางเดียวกันต่อเหตุการณ์นี้ โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุผ่านเอ็กซ์ ว่า “ความรุนแรงไม่มีที่ยืนในการเมือง ไม่เคยมี”
จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ร่วมให้กำลังใจทรัมป์หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โดยกล่าวว่า “ดิฉันขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่และความใกล้ชิดอย่างจริงใจที่สุดต่อปธน.ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย รองปธน.แวนซ์ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา”
ขณะเดียวกัน ปธน.อี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ หนึ่งในพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย กล่าวว่า “ความรุนแรงทางการเมืองคือภัยคุกคามร้ายแรงที่บ่อนทำลายรากฐานของประชาธิปไตย และไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)





