ทรัมป์อ้างเหตุลอบสังหาร จี้สร้างบอลรูมใหม่ในทำเนียบขาว ยกตนเทียบลินคอล์น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ใช้เหตุการณ์พยายามลอบสังหารกลางงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 เม.ย.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ในทำเนียบขาวโดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย พร้อมกับระบุว่าการที่ตนตกเป็นเป้าโจมตีคือข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลของตนมีอำนาจและสร้างผลงานที่สั่นคลอนกลุ่มผู้ไม่พอใจ

เหตุระทึกขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผู้ร่วมงานกว่า 2,600 คน กำลังร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว โดยมีชายคนหนึ่งจากรัฐแคลิฟอร์เนียเดินทางข้ามรัฐมาด้วยรถไฟ และเข้าพักที่โรงแรมฮิลตันล่วงหน้า พยายามวิ่งฝ่าจุดตรวจรักษาความปลอดภัยมุ่งหน้าไปยังห้องบอลรูม พร้อมอาวุธครบมือทั้งปืนลูกซอง ปืนพก และมีด ส่งผลให้แขกในงานจำนวนมากต้องมุดหลบลงกับพื้นเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีเร่งนำตัวปธน.ทรัมป์และเหล่าแขกผู้มีเกียรติออกจากพื้นที่ทันที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ยิงปะทะและรวบตัวคนร้ายลงกับพื้นได้สำเร็จ โดยพบว่าคนร้ายได้เผยแพร่ “คำประกาศเจตนารมณ์” ที่ระบุชัดเจนว่าต้องการโจมตีปธน.ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

หลังเกิดเหตุเพียงไม่ถึงชั่วโมง ปธน.ทรัมป์ปรากฏตัวบนแท่นแถลงข่าวในทำเนียบขาว พร้อมกล่าวกับบรรดาสื่อมวลชนระดับแนวหน้าในวอชิงตันว่า “ถ้าคุณมีอิทธิพล ใคร ๆ ก็จ้องจะเล่นงาน” และเสริมว่า “แต่ถ้าคุณไม่มีอิทธิพลอะไร ก็ไม่มีใครสนใจหรอก”

ประเด็นหลักที่ปธน.ทรัมป์ผลักดันในครั้งนี้คือการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ในทำเนียบขาวที่กำลังเป็นข้อพิพาท โดยทรัมป์ยืนกรานว่าสถานที่แห่งนี้จะปลอดภัยกว่าโรงแรมฮิลตัน ซึ่งเคยเกิดเหตุลอบสังหารอดีตปธน.โรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 2524 พร้อมอ้างว่าหน่วยอารักขาฯ และกองทัพต่างเรียกร้องให้สร้างห้องบอลรูมนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันคำกล่าวก็ตาม

ทางด้านท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันอาทิตย์ (26 เม.ย.) ว่าจะขอให้ผู้พิพากษายกฟ้องคดีที่ยังค้างพิจารณาอยู่ซึ่งทำให้การก่อสร้างห้องบอลรูมต้องชะงักลง ขณะที่ทิม ชีฮี สว.พรรครีพับลิกันจากรัฐมอนแทนา และแรนดี ไฟน์ สส.พรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา เตรียมเสนอกฎหมายเพื่ออนุมัติให้ปธน.ทรัมป์ดำเนินการก่อสร้างได้ทันที

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเปรียบตนเองกับอดีตปธน.อับราฮัม ลินคอล์น โดยระบุว่าการที่ตนตกเป็นเป้าโจมตี เป็นเพราะนโยบายการจัดเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่และการทุ่มงบประมาณลงทุนในกองทัพ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศจนมีคนไม่พอใจจำนวนมาก โดยทรัมป์ยังโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียในเช้าวันอาทิตย์ว่า “เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าห้องบอลรูมลับสุดยอดทางการทหารในทำเนียบขาวสร้างเสร็จ ใครก็ไม่ควรมาขัดขวางการก่อสร้างนี้”

ปธน.ทรัมป์แสดงความหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้พรรคเดโมแครตยอมถอยเรื่องการกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ พร้อมเชื่อมโยงเหตุลอบสังหารครั้งนี้กับความสำเร็จของรัฐบาลในการกำจัดผู้นำเวเนซุเอลาและอิหร่าน โดยสรุปว่า การโจมตีในวันเสาร์ที่ผ่านมาคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่ารัฐบาลของเขามีผลงานความสำเร็จ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)