
ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor Co.) ประกาศเลื่อนกำหนดการเปิดตัวเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติด้วยระบบ AI จากเดิมปี 2570 ออกไปเป็นปี 2571 หลังตัดสินใจยกเลิกการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดอเมริกาเหนือเนื่องจากยอดขายชะลอตัว โดยบริษัทจะปรับแผนนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับรถยนต์ไฮบริดแทน ตามรายงานจากสำนักข่าวเกียวโดในวันนี้ (27 เม.ย.) โดยอ้างแหล่งข่าวจากฮอนด้า
สาเหตุของการเลื่อนกำหนดการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากภาวะตลาดรถ EV ที่ซบเซา ทำให้ฮอนด้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น ประกาศยุติการพัฒนารถ EV จำนวน 3 รุ่นในอเมริกาเหนือไปเมื่อเดือนมี.ค. จากเดิมที่ตั้งใจจะใช้รถยนต์กลุ่มนี้เป็นรุ่นนำร่องในการติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ
สำหรับการปรับแผนใหม่ ฮอนด้าจะเปลี่ยนมาติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติในรถยนต์ไฮบริดแทน โดยในญี่ปุ่นจะเริ่มนำมาใช้กับรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) รุ่น Vezel เวอร์ชันไฮบริด
ในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิค ระบบนี้จะช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปยังจุดหมายที่กำหนดได้เองโดยอัตโนมัติทั้งบนถนนทั่วไปและทางหลวง โดยใช้ข้อมูลจากกล้องและเซนเซอร์ในตัวรถ เพื่อให้ AI ประเมินสภาพการจราจรและตัดสินใจขับขี่ได้อย่างแม่นยำ
ปัจจุบัน การแข่งขันด้านระบบขับขี่อัตโนมัติด้วย AI ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยเทสลา (Tesla Inc.) ของสหรัฐฯ ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor Co.) คู่แข่งสำคัญในญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัวระบบของตนเองในรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ปีงบการเงิน 2570 เป็นต้นไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)





